ความสวยความงาม ดูดวง เพศศึกษา เรื่องหญิงๆทั่วไป แต่งงาน แ้ม่และเด็ก เรื่องเล่าประสบการณ์


เส้นเลือดขอด กับอาชีพต่างๆ

Filed under: สุขภาพความงาม — Tags: — admin @ 10:22 am February 24, 2011

เส้นเลือดขอด กับอาชีพต่างๆ

เส้นเลือดขอด

นางพยาบาล

นางฟ้าในชุดขาวที่คอยดูแลผู้เจ็บไข้ได้ป่วยทั้งหลาย ควรจะหันมาใส่ใจตัวเองให้มากขึ้นเช่นกันค่ะ เพราะอาชีพนางพยาบาลที่ต้องเดินไปคอยดูแลคนไข้ตามเตียงต่าง ๆ หรือทำงานเกี่ยวกับทะเบียน เอกสาร ส่วนมากต้องอยู่ในอิริยาบถยืนเกือบตลอด ทำให้เท้ารับน้ำหนักตัวตลอดทั้งวัน ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดขอดได้ง่าย เช่นนั้นแล้ว เราจึงมักเห็นพยาบาลหลาย ๆ คน สวมใส่ผ้ายืดไว้รัดน่อง เพื่อป้องกันโรคเส้นเลือดขอดนั่นเอง

พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

เป็นอาชีพใฝ่ฝันของสาว ๆ หลาย ๆ คนเลยทีเดียว เพราะนอกจากการเป็นแอร์โฮสเตสจะได้รับค่าตอบแทนสูงแล้ว ยังดูดีมีราศี แถมยังได้เดินทางท่องเที่ยวไปหลาย ๆ ประเทศด้วย แต่เป็นที่รู้กันว่า สาว ๆ แอร์โฮสเตสต้องยืน และเดินนาน ๆ บนรองเท้าส้นสูง เพื่อดูแลผู้โดยสารตลอดชั่วโมงบิน นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับภาวะขึ้นลงของความดันอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แอร์โฮสเตสเสี่ยงต่อการเป็นเส้นเลือดขอดมากกว่า อาชีพอื่น ๆ ด้วย

แต่หากสาว ๆ แอร์โฮสเตส เปลี่ยนมาใส่รองเท้าส้นเตี้ยบ้างในขณะเดินเสิร์ฟอาหารให้ผู้โดยสาร และใส่ถุงน่องที่รัดกระชับใต้เข่า รวมทั้งเดินไปเดินมาบ่อย ๆ ในเครื่องบิน ก็จะช่วยให้ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดขอดลดลงได้ค่ะ

คุณครู

เป็นอีกอาชีพที่เสี่ยงต่อการเป็นเส้นเลือดขอด เพราะแทบจะตลอดชั่วโมงของคาบเรียน คุณครูจะต้องยืนสอนนักเรียนอยู่หน้าชั้น แถมโรงเรียนบ้านเรามักจะให้คุณครูใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียน ซึ่งจะให้ดูเรียบร้อยก็ต้องใส่ถุงน่อง และรองเท้าส้นสูงด้วย นี่แหละค่ะ ยิ่งเป็นปัจจัยให้โรคเส้นเลือดขอดถามหาคุณครูเร็วขึ้น

พนักงานขาย – พนักงานต้อนรับ

“ท่ายืน” เป็นการแสดงถึงความพร้อม และเต็มใจที่จะให้บริการลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการ ฉะนั้นแล้ว เวลาเราไปห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่าง ๆ หรือโรงแรม ร้านอาหาร เราจึงมักเห็นพนักงานขาย แคชเชียร์ที่เก็บเงินตามจุดต่าง ๆ รวมทั้งพนักงานต้อนรับ ยืนให้บริการลูกค้ากันทั้งนั้น ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วคนกลุ่มนี้ มักจะยืนติดต่อกันนานกว่า 6-8 ชั่วโมงโดยแทบไม่มีเวลานั่งพักเลยทีเดียว

พนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถเมล์

แน่นอนว่า หน้าที่ของพนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถเมล์ คือ การเดินเก็บค่าโดยสารผู้โดยสาร ซึ่งคนกลุ่มนี้มักจะต้องยืนโหนรถเมล์เป็นส่วนใหญ่ ยิ่งรถเมล์สายไหน มีผู้โดยสารมาก พนักงานเก็บค่าโดยสารก็แทบจะยืนตลอดเส้นทาง จากต้นสายถึงสุดสายเป็นเวลานานหลายชั่วโมงเลยทีเดียว แถมยังต้องทรงตัวให้ดีขณะยืนบนรถเมล์ด้วย

สาวออฟฟิศ

สาวออฟฟิศทั้งหลายก็ใช่ว่าจะรอดพ้นความเสี่ยงจากโรคเส้นเลือดขอดนะคะ แม้คุณจะบอกว่า วัน ๆ แทบไม่ได้ยืน หรือเดินนาน ๆ สักหน่อย แต่อย่าลืมนะคะว่า เวลาส่วนใหญ่ของคุณใช้กับไปการนั่งทำงานที่โต๊ะเป็นเวลานานเกือบ 8 ชั่วโมง แถมบางคนยังชอบนั่งไขว่ห้าง ก็ยิ่งทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดโรคเส้นเลือดขอดตามมาได้ง่าย ๆ

ส่วนสาวออฟฟิศที่นิยมใส่รองเท้าส้นสูง แล้วยังต้องเดินไปติดต่อเรื่องงานในแผนกต่าง ๆ เดินไปเดินมาด้วยรองเท้าส้นสูงทั้งวัน ก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดขอดได้ไม่แพ้อาชีพอื่นเลยเช่นกัน เพราะฉะนั้น สาวออฟฟิศทั้งหลายควรกระดกข้อเท้าขึ้นและลงติดต่อกันหลาย ๆ ครั้ง ให้กล้ามเนื้อน่องเกร็งและคลายตัวสลับกัน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดขอดได้ค่ะ

อย่าง ไรก็ตาม นอกจาก 6 อาชีพนี้แล้ว อาชีพอื่น ๆ อย่าง ช่างทำผม ศัลยแพทย์ พนักงานเสิร์ฟ หรืออาชีพที่ต้องยืนนาน ๆ ติดต่อกันหลายชั่วโมง ก็ยังมีความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดขอดอย่างคาดไม่ถึง

ที่มา

www.kapook.com

เมนส์ หรือประจำเดือน 9 สัญญาณ บอกโรค

เมนส์ หรือประจำเดือน 9 สัญญาณ บอกโรค สยามห้าห้า นำบทความดีๆ เรื่องของสาวๆ มาฝากครับ

ผู้หญิง

1.ประจำเดือนสีเข้มจัด ออกน้อย มีอาการเหนื่อยง่ายเวลาต้องออกแรง อ่อนเพลียกว่าปกติ เวียนศีรษะ อาจบ่งบอกว่าเป็นสัญญาณของโรคโลหิตจางได้

2.ประจำเดือนออกมาเป็นลิ่มเลือดคล้ายเลือดหมู มีเลือดออกภายในค่อนข้างมาก อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า กำลังอุ้งเชิงกรานอักเสบ

3.มีกลิ่นผิดปกติ คัน เจ็บแสบในช่องคลอด ถ้าร่วมกับมีอาการตกขาว แสดงว่าตกขาวจากเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา พยาธิในช่องคลอด หรือติดเชื้อในมดลูก มีอุ้งเชิงกรานอักเสบ

4.ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอไม่ปกติ ให้สังเกตว่า มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ตามืดมัวลงเรื่อย ๆ มีหนวดและขนขึ้นผิดธรรมชาติ น้ำนมออกผิดปกติ ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเนื้องอกของรังไข่ หรือตรวจหาความผิดปกติของต่อมหมวกไตหรือต่อมใต้สมอง

5.ประจำเดือนมาน้อยและมีอาการอ่อนเพลีย เฉื่อยเนือย เต้านมแฟบ ขนรักแร้และขนที่อวัยวะเพศร่วง อาจจะเคยตกเลือดอย่างรุนแรง หรือเป็นลมขณะคลอดบุตร ควรพบแพทย์ เพื่อตรวจหาโรคซีแฮน หรือโรคที่ต่อมใต้สมองขาดเลือด ทำให้ทำงานน้อยลงและทำให้รังไข่ทำงานน้อยลงด้วย

6.ประจำเดือนมามากจนมีอาการซีด ควรไปพบแพทย์ แต่ที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ คือถ้าเลือดที่ออกมามีกลิ่นเหม็น และมีอาการปวดบริเวณท้องน้อย ต้องระวังเรื่องปีกมดลูกอักเสบ

7.ประจำเดือนมามากร่วมกับมีอาการปวดประจำเดือน หรือรู้สึกเจ็บเวลาร่วมเพศ และคลำพบก้อนที่ท้องน้อยอันนี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจจะเป็นเนื้องอกในมดลูกได้

8.ปวดประจำเดือนมากจนหน้าซีดหน้าเซียว หรือยิ่งในวันท้าย ๆ ยิ่งปวดมากขึ้น อย่างนี้ควรจะไปตรวจโรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือถุงช็อกโกแลตซีสต์ได้แล้วค่ะ

9.ประจำเดือนมานานผิดปกติเกินกว่า 7 วัน อาจเป็นตอนหลังคลอดใหม่ ๆ หรือหลังใส่ห่วงคุมกำเนิดก็ถือเป็นเรื่องปกติ ทำนองเดียวกับประจำเดือนที่ขาด ๆ หาย ๆ แล้วพอมาก็มามาก แต่ก็ไม่มีผิดปกติอื่น ๆ และไม่ได้ตั้งครรภ์ มักจะเป็นในช่วงที่อ้วนเกินไป เครียด ออกกำลังกายมากเกินไป

ที่มา

http://health.kapook.com/view20709.html

เคล็ดลับ ใส่ บรา ให้อกอึ๋ม เด็ดๆ เอามาฝาก

เคล็ดลับ ใส่ บรา ให้อกอึ๋ม เด็ดๆ เอามาฝาก

ขั้นแรก สำรวจสัดส่วนของตัวเองให้แน่ชัดก่อนว่า รอบอกของคุณอยู่ในคัพอะไร เอ บี ซี ดี อี หรือเอฟ แล้วค่อยหยิบบราตัวโปรดมาใส่ให้ถูกวิธี

การใส่ให้โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วค่อยสวมบรา จากนั้นจัดขอบให้กระชับแล้วติดตะขอให้ท่าเดิม เสร็จแล้วยืดตัวขึ้นจัดทรงให้พอดีในคัพ เท่านี้เนินอกก็ดูอวบอิ่มและทรงในคัพก็จะเต็มสวยได้รูป

สำหรับสาวจอแบน สามารถเติมอกให้เต็มได้ด้วยเทคนิค “โกย” โดยในช่วงที่กำลังจัดทรวงอกให้พอดีกับคัพนั้น ให้โน้มตัวไปข้างหน้าอีกครั้งแล้วใช้มือโกยเนื้อด้านข้างลำตัวใต้รักแร้มา ด้านหน้า จากนั้นจัดทรงให้เรียบร้อย แล้วจัดสายรัดให้พอดี เท่านี้อกที่แบนราบก็จะตูม ๆ ขึ้นมาทันตาเห็น

ถ้าโกยแล้วยังไม่พอใจ แนะนำให้เลือกยกทรงแบบเสริมฟองน้ำทั้งเต้า เป็นแบบพุช-อัพ ซึ่งครึ่งล่างจะบุเสริมให้หนา มีทั้งแบบเสริมด้วยฟองน้ำและซิลิโคน

คราวนี้สาวอกแบนก็จะกลายเป็นสาวอึ๋มในพริบตา!

ที่มา

http://variety.teenee.com/foodforbrain/30766.html

ออกกำลังกาย มาออกกำลังกายตามกรุ๊ปเลือด กันดีกว่า

ออกกำลังกาย มาออกกำลังกายตามกรุ๊ปเลือด กันดีกว่า มาออกกำลังกายตามกรุ๊ปเลือด กันดีกว่า

ออกกำลังกาย

การ ออกกำลังให้ได้ผลดีมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น นอกจากความชอบในกิจกรรมกีฬานั้น ๆ สภาพร่างกายที่เอื้ออำนวยแล้ว กรุ๊ปเลือดก็มีความสัมพันธ์กับการออกกำลังกายด้วย ลองมาดูกันว่า คุณมีกรุ๊ปเลือดอะไร และควรออกกำลังกายแบบไหนถึงจะเหมาะสม

เลือดกรุ๊ปเอ

แนะให้ออกกำลังกายแบบช้า ๆ ไม่ใช้แรงมาก อย่าง โยคะ ไทเก๊ก ชี่กง เพราะมีโครงกระดูกเล็ก หักง่าย ส่วนอาหารที่เหมาะสมของคนเลือดกรุ๊ปเอก็คือ อาหารประเภทมังสวิรัติ หรือรับประทานเนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อย

เลือดกรุ๊ปบี

ที่รับประทานอาหารทั้งผัก ทั้งเนื้อสัตว์ได้ในสัดส่วนที่เท่ากัน จึงมีความว่องไวให้ออกกำลังกายอย่างสมดุล ไม่หักโหมหรือเชื่องช้าเกินไป อย่างเช่น การว่ายน้ำ เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ กอล์ฟ หรือเล่นปิงปอง

เลือดกรุ๊ปเอบี

เปรียบเสมือนส่วนผสมของกรุ๊ปเอและบี ให้สังเกตตนเองว่า มักเลือกรับประทานอาหารของกรุ๊ปเอ หรือกรุ๊ปบีมากกว่ากัน ก็ให้ออกกำลังกายตามลักษณะของเลือดกรุ๊ปนั้น แต่ควรเพิ่มการออกกำลังกายให้เหมาะกับเลือดอีกกรุ๊ปด้วย เช่น มักรับประทานผักและผลไม้อย่างคนเลือดกรุ๊ปเอ ก็ให้ออกกำลังกายแบบช้า ๆ เป็นหลัก และเสริมด้วยการออกกำลังกายของคนเลือดกรุ๊ปบีบ้าง

เลือดกรุ๊ปโอ

เหมาะกับการออกกำลังกายชนิดที่ต้องออกแรงมาก เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล วิ่งทางไกล ชกมวย เนื่องจากสภาพร่างกายสามารถบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง และผักได้ในปริมาณมาก ทำให้มีโครงสร้างกระดูกที่แข็งแรง กล้ามเนื้อกระชับแน่น

แต่ไม่ว่าคุณจะมีกรุ๊ปเลือดใด ต้องไม่ลืมการเดินเร็ว 10 นาที หลังจากออกกำลังกายตามกรุ๊ปเลือดทุกครั้ง นอกจากนี้ยังควรออกมายืดเส้นยืดสายเคลื่อนไหวร่างกาย ให้ผิวหนังถูกแสงแดดราว 20-30 นาที ด้วย

ที่มา

http://health.kapook.com/view18284.html

ตกขาว เรื่องตกขาว สำหรับสาวๆ

ตกขาว เรื่องตกขาว สำหรับสาวๆ

ตกขาว ระดูขาว ประจำเดือนขาว หมายถึงอะไรก็ตามที่ถูกขับออกมาทางช่องคลอดที่ไม่ใช่เลือด และลักษณะของตกขาวไม่จำเป็นจะต้องเป็นสีขาวเท่านั้น เป็นได้ทั้งสีเหลือง สีเหลืองปนเขียว หรือสีน้ำตาลก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคน แต่ในบางครั้งก็สร้างความกังวลใจให้ได้เหมือนกัน ถ้าหากตกขาวมีลักษณะ หรือสีที่ผิดปกติไป ดังนั้นสาว ๆ ก็ควรจะมาทำความรู้จักกับตกขาวให้มากขึ้นจะได้เอาไว้สังเกตความผิดปกติของ ร่างกายค่ะ

ตกขาว แบ่งออกได้ 2 ลักษณะ คือ

อย่างแรกตกขาวแบบปกติ พบในภาวะร่างกายปกติ โดยเกิดจากส่วนผสมของต่อมต่าง ๆ ที่ขับออกมาในระบบอวัยวะเพศสืบพันธุ์ เช่น อวัยวะเพศสืบพันธุ์ภายนอกช่องคลอด ปากมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก และหลอดมดลูก ซึ่งตกขาวจะเพิ่มมากขึ้นตามสภาวะในร่างกายเช่น ใกล้การตกไข่ของรอบเดือนก่อนมีประจำเดือน 2 – 3 วัน ระหว่างการตั้งครรภ์ และขณะร่วมเพศ รวมทั้งทารกหญิงในช่วงแรกอาจมีตกขาว เนื่องจากได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนจากแม่

ส่วนลักษณะที่สองคือตกขาวผิดปกติ โดยจะมีปริมาณตกขาวมาก มีสี และกลิ่นผิดปกติ ก่อให้เกิดความกังวล อาจมีอาการคัน ปวดแสบร้อนบริเวณช่องคลอด หรือบริเวณใกล้เคียง ถ่ายปัสสาวะแสบคัน และมีอาการเจ็บขณะร่วมเพศ ซึ่งมีสาเหตุได้หลายประการดังนี้

การติดเชื้อจากพยาธิในช่องคลอด เชื้อรา เชื้อหนองใน เชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ที่พบในเด็ก และเชื้อไวรัส ทำให้เกิดการอักเสบในช่องคลอด และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ด้านนอก ทั้งนี้ในผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้วทำให้ความต้านทานต่อการติดเชื้อน้อยลง หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องคลอด เช่น สำลี แทมพอน กระดาษชำระ วัสดุที่ใช้ในการร่วมเพศ

นอก จากนี้ก็อาจมีแผลที่ปากช่องคลอด ปากมดลูก และมีเนื้องอกหรือมะเร็งปากมดลูก และปากช่องคลอด อีกทั้งอาจเกิดจากการทานยาปฏิชีวานะติดต่อกันนาน ๆ เพราะตัวยาจะไปทำลายเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราในช่องคลอดที่อาศัยอยู่อย่าง สมดุล ทำให้มีโอกาสเป็นเชื้อราและมีปัญหาตกขาวเกิดขึ้น

การสังเกตลักษณะ สี และกลิ่นของตกขาว สามารถบอกได้ว่าเกิดความผิดปกติอะไรขึ้นได้ดังนี้

ตกขาวเป็นเมือกใส ไม่มีกลิ่น คือมีไข่ตก หรือมีอารมณ์เครียด

ตกขาวเหนียวใสถึงขาวขุ่น มีกลิ่นคาวเหมือนปลา คือ การติดเชื้อแบคทีเรีย

ตกขาวมีสีเขียวปนเหลือง เป็นฟอง มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ มีอาการคัน คือ มีพยาธิในช่องคลอด

ตกขาวมีสีขาวเกาะกันเป็นก้อนเหมือนแป้งเปียก มีกลิ่นเหม็นอับ มีอาการคัน คือ การติดเชื้อราของช่องคลอด เป็น ๆ หาย ๆ

ที่มา

http://health.kapook.com

ขอบคุณข้อมูลจาก

Older Posts »