ความสวยความงาม ดูดวง เพศศึกษา เรื่องหญิงๆทั่วไป แต่งงาน แ้ม่และเด็ก เรื่องเล่าประสบการณ์

5 อันดับอวัยวะผู้หญิงที่ผู้ชายชอบมอง

อันดับที่ 5 ยกให้ เส้นผม

เส้นผม ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ผู้ชาย ชอบมองมาก โดยเฉพาะสาวผมสวย บอกได้เลยว่า คุณอยู่ในสายตา ของเหล่าหนุ่มๆ แล้ว เพราะผู้ชายกว่าร้อยละ 90 เลยนะที่ชอบมองสาวผมยาว เพราะดูแล้วเป็นผู้หญิง น่าทะนุถนอม ส่วนสาวผมสั้น ผู้ชายบางคนก็ชอบเหมือนกัน เพราะดูแล้วน่ารัก คล่องแคล่าวตัวดี สิ่งที่สำคัญคือ ผมยาวผมสั้นไม่สำคัญเท่าความสวยของผมโดยเฉพาะแบบที่มองแล้วสะดุดตา สวยพลิ้วเป็นธรรมชาติ สัมผัสแล้วนุ่ม มีกลิ่นหอมโชยมา รับรองไม่ว่าหนุ่มหน้าไหนก็ไม่พ้นคุณแน่

อันดับที่ 4 ยกให้ เรียวขา

อันนี้ไม่ว่าหนุ่มๆ หรือสาวๆ ก็ชอบมอง แต่มองกันคนละแบบ คุณหนุ่มๆ เค้า มักจะมองในแบบชื่นชม แต่สาวๆอาจมองในแบบ อิจฉา สาวๆ คนใด ที่มั่นใจ ในเรียวขาของตนว่า เรียวยาว สวย ขาว ก็ขอให้โชว์กันได้เต็มที่เลยจ้า แต่ต้องโชว์แต่พองามนะจ๊ะ เพราะหากหวือหวาไป เดี๋ยวหนุ่มๆ จะพากันหัวใจวายซะก่อน

อันดับที่ 3 ยกให้ รูปร่าง

เชื่อได้เลยว่าร้อยทั้งร้อย ไม่ว่าหนุ่มไหนต้องชอบสาวหุ่นดี หุ่น Perfect สำหรับแบบ Perfect ที่ผู้ชายชอบคือ รูปร่างที่แลดูสมส่วน ไม่อ้วนไม่ผอมไปเท่านั้นแหละ (ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองอยู่ในเกณฑ์ที่ว่าไหม ก็ลองเอาส่วนสูงลบด้วย 110 ดูได้เท่าไหร่ นั่นแหละตัวเลขน้ำหนักที่เหมาะสมของตัวคุณ) สำหรับเหตุผลที่หนุ่มๆ ชอบมองรูปร่างของสาวๆ ก็เพราะรูปร่างของผู้หญิงจะมีเชพส่วนเว้าส่วนโค้ง มองแล้วดูมีชีวิตชีวากว่าของผู้ชายเยอะ

อันดับที่ 2 ยกให้ หน้าตา

ค่อนข้างสูสีกับอันดับที่ 1 เฉียดกันแค่ปลายลิ้น อย่างว่าหน้าตาเป็นสิ่งแรกที่หนุ่มๆ จะได้เห็นคุณ หรือเป็นด่านแรกที่คนที่พบคุณ จะเห็นแล้วเกิดความประทับใจ ในตัวคุณ จะตาโต แก้มป่อง หน้าตอบ จมูกบาน ปากเรียวบางหรือห้อยย้อยเป็นกระจับ จะตกกระหรือหน้าใสปิ๊ง ก็ขึ้นกับว่าดูรวมๆ ออกมาแล้วดูดีขนาดไหน ส่วนหนุ่มๆจะถูกใจคุณแค่ไหน ก็ต้องแล้วแต่ สเปคของแต่ละคนจ้า

อันดับที่ 1 มาแรงแซงโค้ง ก็ต้องยกให้ หน้าอก

ครองอันดับที่ 1 อย่างไม่มีปัญหา และไม่ต้องสงสัย เพราะหนุ่มๆเทคะแนนให้ อย่างท่วมท้นด้วยเหตุผลที่ว่า หน้าอกเป็นเครื่องบ่งบอก ความเป็นผู้หญิงมากที่สุดมากกว่าอวัยวะอื่น แต่สาวๆ ไม่ต้องตกใจคอยระแวงว่า เดินไปไหนจะถูกหนุ่ม ๆ จับจ้องที่หน้าอกหน้าใจตลอดเวลา

เพราะแค่เหลือบมองเขาก็ประทับใจแล้ว หรือ สาวๆบางคนก็ไม่ต้องกังวล จนเวลาเดินไปไหน ต้องเดินห่อไหล่ หรือใส่เสื้อใหญ่ๆ เพื่ออำพรางปกปิดรูปร่าง เพราะมันจะทำให้เสียบุคลิก มั่นใจในตัวเองหน่ะดีที่สุด พ่อแม่ให้มาเท่าไรก็ภูมิใจเท่านั้นจะดีกว่านะจ๊ะสาวๆ

ที่มา…Fw mail

วิธีเลือกซื้อครีมกันแดด

วิธีเลือกซื้อครีมกันแดด (เดลินิวส์)

ใครที่ต้องตากแดดเป็นประจำ ควรซื้อครีมกันแดดมาทา วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีเลือกซื้อครีมกันแดดมาฝาก?

ใน แสงแดดมีรังสีอยู่หลายชนิด ที่รู้จักกันดี ก็คือ อุลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งรังสีนี้จะถูกดูดซับโดยชั้นโอโซน มีแค่ UVA และ UVB ที่ลงมาถึงพื้นโลก ซึ่งรังสีทั้ง 2 ชนิดนี้มีผลต่อผิวหนังโดยเฉพาะ UVA มีผลทำให้เกิด กระ ฝ้า เหี่ยว แก่ก่อนวัย UVB มีผลทำให้เกิดการ แดง แสบ ไหม้ ของผิวหนัง และรังสีทั้ง 2 ชนิดนี้ยังทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำลายโปรตีนพันธุกรรมทำให้เกิดเนื้องอกผิวหนัง

วิธีเลือกซื้อครีมกันแดด

1. ดูที่กิจกรรม ถ้าออกกำลังกลางแจ้ง มีเหงื่อ ว่ายน้ำ ทำงานกลางแดด ต้องใช้ SPF ที่สูงขึ้นและเลือกประเภทที่กันน้ำได้

2. ปริมาณ ควรใช้ปริมาณที่ไม่น้อยเกินไป เพราะสารเคมีอาจทำปฏิกิริยากันทำให้ลดคุณภาพลงไป

3. จำนวนครั้งที่ทาต่อวัน ก็สำคัญ ถ้าอยู่ในออฟฟิศ ห้องแอร์ วันละครั้งก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องทำงานกลางแดด โดนลม อาจจะทาเติม ถ้าว่ายน้ำต้องทาทุก 2-3 ชั่วโมง

4. ทาแล้วก็ต้องเลี่ยงแดดด้วย ใส่แว่นตา ใส่หมวก เนื่องจากครีมกันแดดไม่ได้กันได้ 100 %

5. ยี่ห้อ ราคา ไม่สำคัญ ขอให้มีคุณสมบัติครบ ไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง เช่น คัน ผื่น

6. อาหาร อย่าลืมทานอาหารที่มีความสามารถ กำจัดอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน เกลือแร่ ในผักทุกชนิด และผลไม้ด้วย

รู้อย่างนี้แล้ว ควรเลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะสมกับกิจกรรมชีวิตประจำวัน เพราะจะได้ปกป้องผิวสวยจากแสงแดด

คุณรู้จัก เต้านม ของคุณดีหรือยัง

คุณรู้จัก เต้านม ของคุณดีหรือยัง (ชีวจิต)

?เต้านม? เป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกายผู้หญิงที่อยู่บริเวณหน้าอกทั้งสองข้าง ถึงแม้เต้านมของผู้หญิงแต่ละคนจะมีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันไป แต่ล้วนมีส่วนประกอบต่างๆ ที่เหมือนกันนั้นคือ หัวนม ลานหัวนม ต่อมน้ำนม และท่อน้ำนม ซึ่งคลุมด้วยผิวหนังและเนื้อเยื่อไขมัน เต้า นมเป็นอวัยวะที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยมีวัฏจักรสอดคล้องไปตามอิทธิพลของกระแสฮอร์โมนจากรังไข่ เราสามารถแบ่งช่วงการเจริญเติบโตของเต้านมออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้

1. วัยแรกรุ่น

เริ่ม เมื่อเด็กสาวอายุได้ 10 – 12 ขวบ จากหัวนมที่แบนราบในวัยเด็กก็เริ่มแตกตุ่มและวงปานนมที่ขยายขึ้น ซึ่งการเจริญเติบโตในระยะนี้จะเป็นไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทั่วร่างกาย โดยจะมีอาการเจ็บหน้าอกเพราะหัวนมขึ้นเป็นไตแข็ง จนกระทั่งขยายขนาดเต็มที่เป็นเต้านมของหญิงสาววัยเจริญพันธุ์ ในเด็กผู้หญิงบางคนอาจมีการแตกตัวของเต้านมได้ไวกว่าปรกติ ถ้าเกิดขึ้นก่อนอายุ 8 ขวบครึ่ง เราถือว่าเป็นการแตกเนื้อสาวก่อนวัย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากการรับประทานยา หรือจากการสร้างฮอร์โมนผิดปรกติที่รังไข่หรือต่อมหมวกไต เป็นต้น

2. วัยเจริญพันธุ์

เมื่อ สาวน้อยเติบโตจากวัยรุ่นเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เต้านมจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ภายใต้การควบคุมของฮอร์โมน 2 ชนิด คือ ฮอร์โมนเอสโตเจน จากรังไข่กระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของหัวนม รวมทั้งท่อน้ำมันต่างๆ พร้อมกับกระตุ้นให้มีไขมันแทรกระหว่างท่อน้ำนม

ฮอร์โมน อีกชนิดคือ โปรเจสเตอโรน ซึ่งร่างกายจะผลิตออกมาทุกเดือนตามรอบเดือน คอยกระตุ้นปลายท่อน้ำนมให้ขยายเป็นที่อยู่ของต่อมน้ำนม ซึ่งทำหน้าที่ผลิตน้ำนม ดังนั้นเวลาประจำเดือนใกล้จะมาผู้หญิงจะรู้สึกเต้านมโตขึ้นและตึงคัด จวบจนเมื่อประจำเดือนมาก็จะเป็นช่วงที่เต้านมคลายความตึงตัวลง

ผู้หญิง ในวัยประมาณ 25 ปีหรือที่พ้นวัยรุ่นไปแล้ว ถือว่าเต้านมเจริญเติบโตเต็มที่เรียบร้อย เว้นแต่ต่อมน้ำนมยังไม่เจริญและสร้างน้ำนมเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงในวัยเจริญพันธุ์ ถ้าไม่มีการตั้งครรภ์เลย เต้านมก็จะเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ตามรอบของประจำเดือนทุกเดือนเช่นนี้เรื่อยไปประมาณ 20 – 25 ปี จนเริ่มเข้าสู่วัยทอง

3. ช่วงตั้งครรภ์และให้นมลูก

ใน ระหว่างที่มีการตั้งครรภ์ ตั้งแต่เริ่มมีการปฏิสนธิ ฮอร์โมนจากรกที่เริ่มก่อตัวจะเป็นตัวสำคัญที่กระตุ้นรังไข่ให้มีการหลั่ง ฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะกระตุ้นให้เต้านมจากขนาดปรกติให้เริ่มขยายขึ้น โดยเฉพาะต่อมน้ำนมและท่อน้ำนมที่มีอยู่ประมาณ 15-20 ท่อจะแตกตัวขึ้นมาก รวมทั้งหัวนมจะมีสีเข้มขึ้น มองเห็นเส้นสีคล้ำๆ รอบๆ นม เพื่อให้เต้านมอยู่ในสภาพพร้อมที่จะเป็นคุณแม่อย่างสมบูรณ์

จน กระทั่งหลังคลอด เมื่อลูกเริ่มดูดนมแม่ การดูดนมจะเป็นตัวกระตุ้นต่อมใต้สมองให้มีการสร้าง ฮอร์โมนโปรแลคติน มากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะกระตุ้นต่อมน้ำนมให้ผลิตน้ำนม และไม่ว่าเต้านมขนาดเล็กหรือใหญ่ล้วนมีน้ำนมพอๆ กัน

ตาม ปรกติแล้ว ในช่วงแรกหลังคลอด เต้านมจะยังไม่สร้างน้ำนมทันที แต่จะมีน้ำคัดหลั่งที่เรียกว่า ?คอลอสตรัม? หรือน้ำนมเหลือง ซึ่งถือเป็นตัวภูมิชีวิตขั้นแรกที่สร้างภูมิต้านทานให้แก่เด็กตั้งแต่แรก เกิด จนกระทั่งหลังคลอดแล้วประมาณ 2-5 วัน น้ำนมก็จะเริ่มผลิตได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อ ลูกหยุดกินนมแม่ น้ำนมที่สร้างมาไม่ได้ถูกดูดไป ก็จะเกิดการคั่งอยู่อยู่ในกลีบต่อมน้ำนมย่อยและท่อน้ำนม จนเกิดการพองตัว ทำให้เลือดมาหล่อเลี้ยงได้น้อยลง ในที่สุดเซลล์ต่อมน้ำนมก็จะค่อยๆ ลดลงจนหมดไป แล้วเต้านมก็จะค่อยๆ เล็กลงจนเท่าขนาดก่อนตั้งครรภ์

4. วัยทอง

เมื่อ ผู้หญิงเริ่มเข้าวัยหมดประจำเดือน ระดับของฮอร์โมนหญิงหรือเอสโตรเจนจะลดลง เนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน การเปลี่ยนแปลงนี้ยังรวมถึงผู้หญิงที่มีความจำเป็นต้องตัดรังไข่ออกก่อนวัย อันควร

การ เปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลต่อทั้งด้านจิตใจและสรีระร่างกาย รวมทั้งความเต่งตึงของเต้านมลดลง จนทำให้หน้าอกดูเหี่ยวและหย่อนยานได้ เพราะเมื่อฮอร์โมนเพศลดลง เต้านมในส่วนของต่อมน้ำนมจะค่อยๆ ฝ่อไปจนหมด รวมทั้งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบๆ เส้นเลือดที่มาเลี้ยงเต้านมก็จะลดลง เหลือเพียงท่อน้ำนมเท่านั้นที่ยังคงอยู่

รู้ทันอาการผิดปรกติและโรคของ ?เต้านม?

เต้านมเกิน

การ มีเต้านมเกินมักพบได้บริเวณรักแร้ บางครั้งอาจพบหัวนมเกินร่วมด้วย ซึ่งพบได้ตามแนวจากรักแร้ลงมาตามท้องถึงขาหนีบ ภาวะนี้จะเห็นเด่นชัดเมื่ออายุมากขึ้น หรือในช่วงตั้งครรภ์ และมีลูก บางคนอาจมีน้ำนมไหลออกมาได้ จากการสังเกตจะพบเป็นก้อนเนื้อห้อยบริเวณรักแร้ ภาวะนี้ไม่มีอันตรายใดๆ แต่เพื่อความสวยงามก็สามารถผ่าตัดออกได้

เต้านมโตไม่เท่ากัน

เต้า นมคนเราสองข้างบางครั้งก็โตไม่เท่ากันได้ แต่ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันไม่มากนัก ความแน่นของเต้านมอาจไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดได้เนื่องจากเนื้อเต้านมตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศได้ไม่เท่ากัน ถ้าหากความแตกต่างมากจนเห็นได้ชัดก็สามารถผ่าตัดแก้ไขได้ การผ่าตัดสามารถทำการผ่าตัดลดขนาดเต้านมลง หรือผ่าเพื่อเสริมข้างที่เล็กให้ใหญ่ขึ้น

เต้านมโตเกิน

เต้า นมโตเกินมักเกิดขึ้นในวัยสาวช่วงอายุ 13-35 ปี เต้านมจะขยายโตขึ้นมากกว่าปกติ การมีเต้านมที่ใหญ่เกินมักจะมีผลทางด้านจิตใจโดยเฉพาะช่วงวัยรุ่น แต่ไม่มีอันตรายใดๆ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่ถ้าเต้านมโตมากๆ จนมีผลเสียต่อร่างกาย สังเกตได้จากผลของน้ำหนักของเต้านมที่มากเกินไป ทำให้มีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ หรือมีจุดอับชื้นที่ราวนมได้ ถ้ามีอาการดังกล่าวก็สามารถผ่าตัดแก้ไขให้มีขนาดเต้านมที่เล็กลง

หัวนมบอด

เป็น อาการที่หัวนมบุ๋มลงไปในเต้านม เกิดจากมีความผิดปกติในช่วงการพัฒนาของเต้านม มีการหยุดการเจริญของหัวนมก่อนกำหนด ทำให้หัวนมหดสั้น และมีเนื้อเยื่อพังผืดดึงรั้ง มีผลทำให้การดูแลทำความสะอาดลำบาก เกิดการติดเชื้อได้ง่าย และที่สำคัญคือ ให้นมลูกได้ยาก เด็กจะดูดนมได้ลำบาก ในรายที่เป็นไม่มากสามารถแก้ไขได้ โดยทำการดึงนวดบ่อยๆ ตั้งแต่เมื่อรู้ว่าเริ่มตั้งครรภ์ แต่หากหัวนมบอดเกิดขึ้นภายหลังวัยสาวรุ่นให้นึกเสมอว่าอาจมีความผิดปกติที่ สำคัญเกิดขึ้น และเป็นอาการเตือนให้มาปรึกษาแพทย์

การปวดเต้านมตามรอบเดือน

การ ปวดเต้านมตามรอบเดือนเป็นอาการที่พบได้บ่อยของสาวๆ และหลายคนมักไปพบแพทย์กันค่อนข้างเร็ว เนื่องจากเกรงว่าจะมีความผิดปกติหรือคิดว่าเป็นอาการของมะเร็งเต้านม แต่ในความเป็นจริงแล้ว มะเร็งเต้านมมักตรวจพบก้อนก่อน และมักไม่มีอาการเจ็บปวด การปวดเต้านมเพียงอย่างเดียวโดยที่ตรวจไม่พบความผิดปกติอื่นๆ อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องรับการรักษา เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ แต่ในบางครั้งถ้าอาการปวดรุนแรงจนรบกวนชีวิตประจำวันควรปรึกษาแพทย์

เนื้องอกชนิดธรรมดา หรือก้อนไฟโบรอะดีโนมา (Fibroadenoma)

ก้อน ที่เต้านมนี้พบได้บ่อยในวัยรุ่น และเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นเนื้องอกธรรมดา เนื้องอกชนิดนี้เกิดจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศในช่วงที่มีการพัฒนาเต้านม ปกติก้อนจะมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร อาจพบว่าโตขึ้นได้ช้าๆ และไม่มีอาการเจ็บปวด ก้อนจะมีลักษณะกลมกลิ้งไปมาได้เวลาคลำ การพบเนื้องอกชนิดนี้ถ้าได้รับการตรวจวินิจฉัยที่แน่นอนแล้ว อาจไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดเอาก้อนออกเสมอไป เนื่องจากก้อนเนื้อนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเนื้อร้ายในภายหลัง นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่า หนึ่งในสามของก้อนที่พบยุบฝ่อลงไปได้เอง อีกหนึ่งในสามจะโตขึ้นเรื่อยๆ และอีกส่วนหนึ่งจะมีขนาดคงที่ ยกเว้นในกรณีที่ก้อนมีขนาดใหญ่กว่า 2 เซนติเมตร หรือมีขนาดโตขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม

ซีสต์หรือถุงน้ำที่เต้านม

เกิด ขึ้นจากการกระตุ้นของฮอร์โมน เพราะในช่วงของรอบเดือนจะมีการสร้างสารน้ำต่างๆ ขึ้นในส่วนของเต้านม เมื่อมีการสร้างสารน้ำและการดูดกลับคืนไม่สมดุลกันก็จะเกิดเป็นถุงน้ำ ค้างอยู่ ซีสต์อาจจะมีขนาดโตขึ้นเล็กน้อย หรือหายไปได้เองตามช่วงต่างๆ ของรอบเดือน ซีสต์หรือถุงน้ำพบได้บ่อยขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น และอาจมีอาการปวดบริเวณก้อนร่วมด้วย สำหรับหลังวัยที่หมดประจำเดือนซีสต์จะค่อยๆ หายไปได้เอง แต่ถ้าพบอาการปวดร่วมด้วย หรือซีสต์มีขนาดใหญ่เพียงการใช้เข็มเจาะดูดน้ำออกก็เป็นการเพียงพอแล้ว ส่วนในกรณีน้ำที่ดูดออกมามีเลือดปนก็จะถูกส่งไปตรวจเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเซลล์ที่ผิดปกติร่วมอยู่ด้วย

มะเร็งเต้านม

มัก จะพบมากในผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันยังพบได้ในผู้ที่มีอายุน้อยลงเพิ่มมากขึ้น อาการที่พบได้บ่อยที่สุด คือ การคลำพบก้อน ไม่มีอาการปวดหรือเจ็บ หากตรวจพบมะเร็งได้ในระยะเริ่มแรก จะมีโอกาสหายขาดสูงมาก นอกจากนี้อาการผิดปกติอื่นๆ ที่อาจจะพบร่วมด้วย ได้แก่ การมีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนม มีแผลที่ลานหัวนม หัวนมบุ๋ม ผิวหนังของเต้านมบวมหรือถูกดึงรั้ง ก้อนที่มีขนาดโตขึ้นและไม่เจ็บ ก้อนอาจคลำได้ไม่ชัดเจน หรือพบก้อนที่รักแร้ร่วมด้วย เป็นต้น

หาก ตรวจพบความผิดปรกติหรือโรคต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคเพิ่มเติมและทำการรักษาต่อไป แต่ทางที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงทุกคนคือ การรู้จักหมั่นตรวจสอบสภาพร่างกายและดูแลเต้านมของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

ทรงผมเจ้าสาว ที่เหมาะกับชุดไทย

ทรงผมเจ้าสาว ที่เหมาะกับชุดไทย

คุณใหม่แนะนำการเกล้าผมให้เหมาะกับชุดไทยที่ทำแล้วดู ไม่เกินอายุจริงว่า ควรทำสีผมให้อ่อนลง เลือกใช้สีน้ำตาลแซมไฮไลท์สีน้ำตาลอ่อนดีที่สุด เพราะเวลาเกล้าจะทำให้ผมมีมิติมากขึ้น นอกจากนี้จะต้องใช้เทคนิกการไขว้ผมเพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้น ?

++ ทรงที่ 1

ยีผมด้านหน้าแล้วหวีเสยผมทั้งหมดไปด้านหลัง กะระยะให้สูงกว่าท้ายทอยประมาณ 1 คืบใช้กิ๊บดำรั้งให้แน่น จากนั้นจับผมด้านหลังเป็นมวยต่ำให้ช่อผมยาวลงไปถึงต้นคอ ใช้แฮร์พีช คร่อมกลางมวยผม ใช้มือจับแต่งให้ได้รูปสวย ตกแต่งเครื่องประดับทองคำเพื่อความงามหรู

++ ทรงที่ 2

ดรายผมให้เรียบตรง ม้วนผมด้วยโรลไฟฟ้าขนาดกลางให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ค่อยๆ แกะโรลออก แสกข้างผมด้านหน้า ใช้หวีซี่ห่างหวีผมด้านที่แสกให้ลอนผมเรียงตัวสวย ใช้เจลลูบผมด้านหน้าที่แสกแล้วจับเป็นลอนเปียก ฉีดสเปรย์ซ้ำให้ผมอยู่ทรงสวย จากนั้นรวบผมทั้งหมดไปด้านหลังจับเป็นมวยต่ำรัดด้วยมาลัยดอกพุด

++ ทรงที่ 3

ดรายผมให้เรียบตรงทั่วศีรษะ แล้วรวบตึงเป็นหางม้าสูงด้านหลัง ต่อแอร์พีชใต้ผมที่รัดหางม้าเพื่อเพิ่มเนื้อผม จากนั้นแบ่งผมทั้งหมดเป็นช่อๆ ค่อยๆ จับผมแต่ละช่อสานสลับกันไปมาให้เป็นพุ่มสวย รั้งให้แน่นด้วยกิ๊บดำ ตกแต่งด้วยเข็มกลัดทองคำ

++ ทรงที่ 4

แสกข้างผมด้านหน้า จับโหย่งผมข้างที่แสกเล็กน้อย ใช้มือจับผมเหนือใบหูทั้ง 2 ข้างบิดเป็นเกลียวหลวมๆ รวบไปด้านหลังรั้งให้แน่นด้วยกิ๊บดำ จากนั้นแบ่งผมเป็นช่อๆ ค่อยๆ ใช้มือจับแต่ละช่อบิดเป็นเกลียวแบบหลวมๆ แล้วไขว้สลับกันจนสุดปลายผม ยกเว้นช่อสุดท้ายที่ไม่ต้องบิดเป็นเกลียว แต่ให้ยีผมเพื่อเพิ่มเนื้อผมแล้วหวีให้เรียบ ฉีดสเปรย์ให้อยู่ทรง จากนั้นเก็บปลายผมซ่อนไว้ด้านในใช้กิ๊บดำรั้งให้แน่น ตกแต่งปิ่นปักผมทองคำ

ช่างผม : รัชดา พ่วงพวงงาม (ใหม่)
แต่งหน้า : ณิชกานต์ สังเวียน (รวย)

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

ชี้ไทยผ่าคลอดสูง ลูกเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้

แพทย์สูติฯเตือนหญิง เลือกวิธีผ่าคลอด ส่งผลลูกมีเปอร์เซ็นต์เป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืด และโรคอื่นๆ สูงมากกว่าเด็กที่คลอดตามธรรมชาติ เหตุเด็กไม่ได้รับแบคทีเรียสร้างภูมิคุ้มกันที่อยู่ตรงช่องคลอด เมื่อแรกเกิด

ในการเสวนาเรื่อง? ?วิธีการคลอดกับผลกระทบสุขภาพเด็กแรกเกิด? จัดโดยบริษัทเนสเลย์ ประเทศไทย จำกัด? รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์? ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล? กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราการผ่าคลอดของหญิงตั้งครรภ์เพิ่มสูงขึ้นทุกปี? ซึ่งเป็นแนวโน้มเดียวกันทั่วโลก สำหรับประเทศไทยมีอัตราการผ่าคลอดเพิ่มขึ้นทุกปี? โดยเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชนซึ่งจากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในปี 2533 มีอัตราผ่าคลอดอยู่ที่ร้อยละ 38.55แต่ในปี? 2549 เพิ่มเป็นร้อยละ 51.45 และเชื่อว่าปัจจุบันน่าจะอยู่ที่ร้อยละ 80-90 แล้ว

เมื่อดูอัตราการผ่าคลอดในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่มีอัตราการคลอดอันดับต้นๆ ของประเทศ? อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลศิริราช? ในปี? 2550-2551 มีอัตราผ่าคลอดอยู่ที่ร้อยละ 30 เฉพาะในส่วนโรงพยาบาลราชวิถี พบว่าเป็นการผ่าคลอดหญิงตั้งครรภ์ครั้งแรก ขณะ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์พบว่ามีอัตราผ่าคลอดเพิ่มสูงเช่นกัน? อยู่ที่ร้อยละ 36-37 อัตราการผ่าคลอดที่เพิ่มสูงขึ้น เกินกว่าอัตราเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้แค่? 10%

รศ.นพ.วิทยากล่าวว่า อัตราการผ่าสูงมากในปัจจุบัน ทำให้คาดการณ์ได้ว่าในอีก?? 10-20? ปีข้างหน้านี้?? ประเทศไทยจะมีเยาวชนและวัยรุ่นที่ไม่แข็งแรง และเป็นโรคภูมิแพ้และหอบหืดจำนวนมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ส่วนเด็กต่างจังหวัดที่คลอดเองตามธรรมชาติจะแข็งแรงกว่า เนื่องจากได้รับเชื้อแบคทีเรียช่วงคลอดตามธรรมชาติจากช่องคลอดของแม่ ซึ่งแบคทีเรียดังกล่าวเป็นแบคทีเรียที่ดี? ช่วยในสร้างภูมิกันโรคให้กับทารก? เป็นภูมิต้านทานแรกเกิด? ต่างจากการผ่าตัดหน้าท้องซึ่งทำให้เด็กไม่ได้รับ

ขณะที่ รศ.นพ.สรายุทธ? สภาพรรณชาติ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์? คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า จากงานวิจัยศึกษาพบว่า? ร้อยละ? 70 ของเด็กที่ผ่าคลอดจะป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ ต่างจากเด็กที่แม่คลอดเองตามธรรมชาติ อีกทั้งยังมีรายงานการศึกษาโรคภูมิแพ้ระหว่างเด็กโรงเรียนเอกชนใน กทม. กับเด็กในโรงเรียนต่างจังหวัด พบว่า เด็กโรงเรียนเอกชนใน กทม.เป็นโรคภูมิแพ้มากกว่าเด็กในโรงเรียนต่างจังหวัด ที่มีโอกาสสัมผัสดินทรายและเล่นกลางแจ้ง ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับก็จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก



ภาพประกอบอินเทอร์เน็ต
Older Posts »