ความสวยความงาม ดูดวง เพศศึกษา เรื่องหญิงๆทั่วไป แต่งงาน แ้ม่และเด็ก เรื่องเล่าประสบการณ์

ads300x250

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์: เดิมเรียกว่า กามโรค ซึ่งมีอยู่หลายโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นี้ ไม่เพียงแต่จะมีผลกระทบต่อความสามารถในการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังมีอันตรายต่อทารกในครรภ์ด้วย

วิธีป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือ งดเว้นการสำส่อนทางเพศ และการใช้ถุงยางอนามัย

ปฏิบัติตัวเพื่อการรักษาให้ได้ผล

  • งดการร่วมเพศโดยเด็ดขาด
  • พาภรรยา/คู่นอน ไปตรวจ/รักษาโดยเร็วที่สุด
  • อย่าซื้อยารักษาตนเอง
  • มาตรวจตามนัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
  • หมาน: หนองใน
    หมา นปวดปัสสาวะมาก แต่ก็กลั้นไว้ เขาไม่อยากเข้าห้องน้ำเลย เพราะเวลาถ่ายปัสสาวะทีไร หมานต้องเอาหัวชนข้างฝาห้องน้ำทุกที เนื่องจากเวลาถ่ายมันทั้งขัดทั้งแสบ อีก 4-5วันต่อมา หมานมีหนองไหลเยิ้มออกมาตรงท่อปัสสาวะด้วย ถึงเวลานี้หมานอยู่เฉย ๆ ไม่ได้แล้ว ต้องวิ่งแจ้น ออกไปหาหมอด้วยความตกใจ

    หมอเห็นลักษณะ อาการแล้ว บอกว่าเป็นโรคหนองใน ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หมอบอกให้หมานพาเมียมารักษาด้วย แต่หมานต่อรองด้วยการขอยาเพิ่ม เพื่อนำเอาไปให้เมียกินด้วย จะหลอกให้เมียกินยาก็ยากอยู่แล้ว ขืนต้องพามาหาหมอเพราะโรคหนองในล่ะก็ความลับแตกแน่…แต่หมอยอมไม่ได้ เนื่องจากโรคหนองในที่ผู้หญิงเป็นนี้ หากไม่รีบทำการรักษา ตกขาวจะเหม็นมาก เชื้อจะแพร่กระจายจากช่องคลอดปากมดลูกไปสู่อุ้งเชิงกราน ทำให้มีการอักเสบของท่อนำไข่มดลูก และรังไข่ โดยเฉพาะท่อนำไข่ ซึ่งเป็นทางเดินของไข่ ถ้าเกิดความเสียหายจะทำให้ตีบลงจนเป็นหมันได้ และหากเป็นโรคนี้บ่อย ๆ อาจต้องผ่าตัดเอาอวัยวะสืบพันธุ์ที่เสียหายออก

    หมาน ถึงกับหน้าถอดสี ยอมรับปากกับหมอว่าจะพาเมียมารักษา หมอยังสำทับอีกว่า เชื้อนี้ถ้าเข้าตกเด็กแรกเกิดละก็ตาบอดเชียวล่ะ

    ต๊ะ: เริม โรคร้ายลึก ๆ
    ต๊ะ รู้สึกแสบ ๆ คันบริเวณอวัยวะเพศ เขาคิดว่าเป็นเพราะแพ้กางเกงใน หรือคงเป็นเพราะความอับชื้น แล้วจู่ ๆ เขาก็เห็นว่าเกิดตุ่มน้ำใส ๆ ติดต่อกัน ความอายทำให้ต๊ะไม่กล้าไปหาหมอ ไม่กล้าบอกเล่าให้ใครฟังเพราะอะไร ๆ ที่เกิดกับของลับมันก็ต้องเป็นความลับสิ…ต๊ะบอกกับตัวเอง

    ต๊ะมองมัน อยู่ด้วยความกลัดกลุ้ม ประมาณสัปดาห์กว่า ๆ มันก็หายไป ต๊ะคิดว่ามันหายแล้ว แต่เอ๊ะ! แต่จู่ ๆ มันก็เป็นขึ้นมาอีก ต๊ะไม่สนใจมันแล้ว เพราะรู้ว่ามันหายเองได้

    แต่ในที่สุดต๊ะก็ต้องไป หาหมอ เพราะเมียของเค้าก็มีอาการเดียวกัน เขาจึงรู้ว่าเป็นโรคเริม ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสชื่อว่า เฮอร์ปี่ ซิมเพลักช์ เป็นโรคร้ายแบบลึก ๆ เพราะรักษาไม่หาย โรคนี้สามารถทำให้เด็กที่คลอดออกมามีอาการตาบอด ปัญญาอ่อน หรืออาจทำให้ระบบประสาทเสียหาย หากติดเชื้อขณะคลอด

    ดิง: ซิฟิลิส
    ดิง เด็กชายพิการที่มีเพดานโหว่ เขาเติบโตมาพร้อมกับนิคเนมที่เพื่อนบ้านเรียกว่า “ดิงโหว่”

    ความจริง ดิงควรจะเสียชีวิตตั้งแต่แรกคลอด หรือแท้งก่อนที่จะเกิดออกมาดูโลกอันวุ่นวายใบนี้ด้วยซ้ำ

    แม่ เล่าว่าได้ดิงมันเป็นเด็กหัวแข็ง เพราะโดยปกติเด็กที่ติดเชื้อซิฟิลิสจากแม่นั้น มักไม่รอดออกมาชมโลก แต่ถ้ารอดก็มักมีความพิการ เนื่องจากโรคซิฟิลิสนี้ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อันตรายมากที่สุด

    พ่อของดิงนำโรคนี้ มาติดให้แม่..โดยที่พ่อประมาทและขาดความรู้ ไม่ป้องกันตัว แผลที่อวัยวะเพศที่เกิดขึ้นหลังจากที่พ่อไปเที่ยวผู้หญิงมา แต่พ่อไม่ไปหาหมอ เพราะแผลที่เป็นอยู่นั้นหายได้เอง นี่แหละคือความร้ายกาจของโรคที่ทำให้ผู้ป่วยอย่างพ่อของดิงตายใจ

    ต่อ มาพ่อของดิงก็ปรากฏอาการ มีผื่นขึ้นตามตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ไม่เจ็บ ไม่คัน พ่อก็คิดว่าเป็นโรคผิวหนัง โดยหารู้ไม่ว่าเชื้อของโรคซิฟิลิสที่อยู่ในร่างกาย กำลังสำแดงฤทธิ์เดชออกมาเป็นระยะ ๆ

    ในที่สุด เชื้อซิฟิลิสก็สำแดงอาการในระยะสุดท้าย คือการทำลายอวัยวะสำคัญ ๆ ในร่างกาย เช่น หัวใจ เส้นเลือด สมอง กระดูก ซึ่งทำให้พิการและตายได้ ซึ่งพ่อของดิงก็อยู่ในประการหลังนี้

    ส่วนแม่รักษาได้ทัน แต่กว่าจะรักษาไดหายขาดแม่ก็ย่ำแย่ เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดกับผู้หญิงมักจะรักษายากกว่าผู้ชาย แม่บอกว่าเข็ดขยาดกับโรคนี้จริง ๆ

    ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ผวา!!“หวัดหมู” ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ภัยสุขภาพ

    ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ผวา!!“หวัดหมู” ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ภัยสุขภาพ

    แตกตื่นกันทั่วโลก เมื่อเกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า โรคไข้หวัดหมู หรือที่มีชื่อเรียกกันว่า โรคไข้หวัดเม็กซิโก ในประเทศเม็กซิโก จนคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 100 คน ติดเชื้ออีกกว่า 1000 คน ซึ่งข่าวการแพร่กระจายของโรคระบาดชนิดนี้ได้สร้างความหวาดวิตกกังวลให้กับ นานาชาติเป็นอย่างยิ่งเมื่อการระบาดได้ลุกลามไปยังสหรัฐฯ นิวซีแลนด์ และประเทศในโซนยุโรป จนองค์การอนามัยโลกได้ออกมาประกาศเตือนว่า มีความเสี่ยงสูงที่โรคนี้จะลุกลามไปทั่วโลก!!!!

    หลายคนอ่านข่าวแล้วก็คงยังงงกับเจ้าโรคระบาดสายพันธุ์ใหม่อย่าง ไข้หวัดหมูที่แผงฤทธิ์จนผู้คนขยาด ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร วันนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงมาบอกเล่าถึงเรื่องราวของเจ้าโรคร้ายชนิดนี้ให้ทุกคนได้รู้จัก กันค่ะ…*0*

    รู้จักกับไข้หวัดหมู…^^

    ไข้หวัดหมู หรือ Swine influenza เป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่ติดต่อในหมู เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด A ซึ่งปกติมีการแพร่ระบาดอยู่ในฝูงหมู โดยไข้หวัดหมูมีเชื้อหลายประเภท ทั้ง H1N1 H1N2 และ H3N2 (สายพันธุ์ H3N2 มักจะเกิดจากการแพร่ระบาดจากคนสู่หมู)

    สำหรับโรคไข้หวัดหมูที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกานั้น เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ซึ่ง เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคน ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน เนื่องจากเป็นการผสมกันของสารพันธุกรรมไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ ไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ และไข้หวัดหมูที่พบในทวีปเอเชีย และยุโรป ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูอย่างใกล้ ชิด เนื่องจากหวั่นวิตกว่า เชื้อ H1N1 อาจจะกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้น

    โดย นายทฤษฎี ชาวสวนเจริญ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เล่าให้ฟังว่า ไข้หวัดหมูเม็กซิโก เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เป็นการติดต่อจากคนสู่คน ซึ่งไม่พบในประเทศไทย เพราะไวรัสที่พบในสุกรของประเทศไทย มีโครงสร้างทางพันธุกรรมหรือยีน ไม่เหมือนกับไวรัสที่ระบาดในประเทศเม็กซิโก พร้อมทั้งยืนยันว่า เนื้อหมูในประเทศไทย ปลอดจากเชื้อไวรัสดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากประชาชนยังหวั่นวิตกอยู่ ควรรับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุก เพราะไวรัสถูกทำลายด้วยความร้อน

    ไข้หวัดหมูติดต่อสู่คนได้อย่างไร…?

    ปกติ แล้วไข้หวัดหมู จะติดต่อกับในกลุ่มหมูด้วยกันทางการหายใจ และสามารถติดต่อสู่คนได้โดยตรงจากหมูที่ป่วย หรือมีเจ้าเชื้อไข้หวัดหมูอยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยผู้ที่อยุ่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคนี้ ได้แก่ เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู คนฆ่าหมูหรือชำแหละเนื้อหมู คนขายเนื้อหมู รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับหมู และผู้บริโภคเนื้อหมูที่ปรุงไม่สุก การแพร่กระจายเชื้อไข้หวัดหมูจากคนสู่คนนั้น มีลักษณะเดียวกับการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ในคน เรียกได้ว่า นอกจากจะต้องระวังการติดเชื้อจากหมูแล้ว ยังต้องระวังการแพร่กระจายเชื้อจากคนสู่คนอีกด้วย

    แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้น!!!! คนก็สามารถแพร่เชื้อได้ผู้ ที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดหมู สามารถเป็นพาหะนำเชื้อโรคไปติดผู้อื่นได้ง่าย เพียงอาศัยแค่การไอ จาม ซึ่งเชื้อจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย สำหรับในการแพร่ระบาดครั้งล่าสุดนี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเกิดจากการแพร่กระจายเชื้อไข้หวัดหมูทางอากาศจากคนสู่คน ไม่ใช่จากหมูสู่คน

    ผู้ป่วยโรคร้ายสายพันธุ์ใหม่นี้…ตั้งแต่เริ่มแสดงอาการ จนถึง 7 วันหลังแสดงอาการ จะมีลักษณะอาการคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดใหญ่ ใน คน ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยร่างกาย ปวดศีรษะ หนาวสั่น มีน้ำมูก คัดจมูก และอ่อนเพลีย อาจจะพบว่าผู้ที่รับเชื้อจะไม่มีอาการ แสดงอาการไม่รุนแรง ในกรณีที่มีอาการรุนแรงเกิดจากมีการอักเสบที่ปอดจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

    จะป้องกันอย่างไร ไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดหมู…*0*

    แม้ โรคไข้หวัดหมู จะเป็นเชื้อโรคที่มากับหมู แต่การระบาดนั้นเกิดจากการระบาดจากคนสู่คน ดังนั้น จึงสามารถรับประทานหมูได้ หากไม่แน่ใจควรป้องกันด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ไม่ทักทายกันด้วยการจูบหรือสัมผัสมือ ไม่รับประทานอาหารร่วมช้อนและภาชนะเดียวกันกับผู้อื่น จัดสถานที่อยู่อาศัยและที่ทำงานให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า ล้างมือบ่อยๆ หากรับประทานเนื้อหมูควรปรุงด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือต้มในน้ำเดือด ก็จะสามารถทำลายเชื้อให้หมดไปได้ อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอนั่นเอง

    หลาย ประเทศได้ตระหนักถึงภัยร้ายชนิดใหม่ ต่างพากันตื่นตัวปัองกันการแพร่ระบาดของโรคชนิดนี้เป็นอย่างมาก…โดยเฉพาะ เมื่อองค์การอนามัยโลกได้ยกระดับความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดใน เม็กซิโกให้กลายเป็นระดับ 4 ซึ่งมีความหมายว่า เป็นการติดต่อของไวรัสไข้หวัดใหญ่ในสัตว์หรือไข้หวัดใหญ่จากสัตว์สู่คนที่ทำ ให้เกิดการติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ ซึ่งสามารถทำให้เกิดการแพร่ระบาดในระดับชุมชนได้ เป็นการเพิ่มระดับความเสี่ยงของการแพร่ระบาด เป้าหมายในระดับนี้คือการควบคุมระดับของการแพร่ระบาดของไวรัส

    สำหรับ ประเทศไทยนั้น นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมายืนยันว่ายังไม่พบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ ในประเทศเม็กซิโก แต่ก็ได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการของที่กรมควบคุมโรค เพื่อประเมินสถานการณ์และความเสี่ยงที่เชื้อจะกระจายเข้าสู่ประเทศ โดยเชื้อโรคดังกล่าวสามารถใช้ยาต้านไวรัส โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) หรือ ทามิฟลู (Tamiflu) ในการรักษาได้เช่นเดียวกับโรคไข้หวัดนก ซึ่งขณะนี้ไทยสำรองยาไว้อย่างเพียงพอ และตั้งจุดตรวจผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ (Thermo Scan) ตาม สนามบินนานาชาติทั่วประเทศ รวมทั้งมีการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการ แพร่ระบาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในประเทศไทยแล้ว

    นอก จากนี้ ข่าวคราวการแพร่กระจายเชื้อโรคดังกล่าว ยังส่งผลให้ประชาชนเกิดความหวั่นเกรงที่จะรับประทานเนื้อหมู จนอาจเกิดเป้นวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจได้ ล่าสุด กรมควบคุมโรคจึงได้หารือเพื่อตั้งชื่อโรคชนิดนี้ใหม่จาก ไข้หวัดหมู เป็น “โรคติดต่ออุบัติใหม่” เพราะการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากหมู แต่เกิดจากคนสู่คน เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจและรับประทานเนื้อหมูได้ตามปกติ

    สถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไข้หวัดหมูยัง น่าเป็นห่วง หลังลุกลามอย่างหนักที่ประเทศเม็กซิโก แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ก็ยังไม่อาจนิ่งนอนใจได้ แต่ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป เพียงรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ แค่ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และงดเดินทางไปในประเทศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ อีกทั้งติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของตัวเองและคนที่คุณรักค่ะ…

    ชิคุนกุนยา ชี้ไม่มียารักษาแค่ประคับประคองตามอาการเท่านั้น

    ชิคุนกุนยา

    ชี้ไม่มียารักษาแค่ประคับประคองตามอาการเท่านั้น

    ระบาดอีกแล้ว!!! โรคที่มาพร้อมกับยุง…. เมื่อบอกอย่างนี้หลายคนคงนึกถึงโรคไข้เลือดออก ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ไข้มาเลเรีย ที่มียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค แต่ที่น่าตกใจเพราะตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่นี้เท่านั้นแต่กลับมีโรคที่มีชื่อแปลกๆ ว่า ชิคุนกุยา มาทำความรำคาญและแพร่ระบาดหนักอยู่ในภาคใต้ของประเทศเราอยู่

    สถานการณ์ล่าสุด!!! หลัง จากพบผู้ป่วยที่มีอาการเหมือนติดเชื้อไวรัสชิคุกุนยา ใน 2 จังหวัดภาคใต้ คือจังหวัดนราธิวาสและปัตตานี ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค เร่งส่งเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งทีมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่และเฝ้าระวัง โรคดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อหาทางยุติการแพร่ระบาดของโรคนี้

    … เชื่อได้เลยว่าหลายคนยังคงไม่คุ้นหูกับโรคชิคุนกุนยา ไม่รู้ว่ามันเป็นโรคอะไร???? บ้าง ก็แตกตื่นคิดว่าเป็นโรคสายพันธ์ใหม่ แต่จริงๆ แล้วโรคนี้มีมานานแล้ว โดยถิ่นกำเนิดแรกของมันอยู่ที่ทวีปอาฟริกา และแพร่ระบาดไปหลายประเทศๆ ทั่วโลก หนึ่งในนั้นก็รวมประเทศไทยของเราด้วย ซึ่งตรวจพบโรคชิคุนกุนยาครั้งแรกพร้อมกับที่มีไข้เลือดออกระบาดและเป็นครั้ง แรกในทวีปเอเชีย

    น.พ.หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมาบอกถึงโรคดังกล่าวว่า ชิคุนกุนยา เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ส่วนใหญ่แล้วในเด็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ ซึ่งอาการที่เด่นชัดในผู้ใหญ่คือ อาการปวดข้อ ซึ่งอาจพบข้ออักเสบได้ ส่วนใหญ่จะเป็นที่ข้อเล็กๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า อาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ ข้อเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ (migratory polyarthritis) อาการ จะรุนแรงมากจนบางครั้งขยับข้อไม่ได้ อาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา และบางรายอาการปวดข้อจะอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงช็อก ซึ่งแตกต่างจากโรคไข้เลือดออก ที่อาจพบ tourniquet test ให้ผลบวก และจุดเลือดออก (petichiae) บริเวณผิวหนังได้

    สาเหตุการติดต่อ!! โรค นี้ติดต่อกันได้โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ เมื่อยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้สูง ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือด เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะยุงและเพิ่มจำนวนมากขึ้น แล้วเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลายเมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาไปกัดคนอื่น ก็จะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถูกกัดทำให้คนนั้นเกิดอาการของโรคได้

    ระยะการฟักตัว!!! โดย ทั่วไปจะมีการฟักตัวประมาณ 1-12 วัน แต่ที่พบบ่อยประมาณ 2-3 วัน ระยะติดต่อคือระยะไข้สูงประมาณวันที่ 2-4 ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก สำหรับอาการและอาการแสดง ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงอย่างฉับพลัน ร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกหรือข้อ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หรือมีเลือดออกตามผิวหนัง และอาจมีอาการคันร่วมด้วย พบตาแดง แต่ไม่ค่อยพบจุดเลือดออกในตาขาว

    แม้ อาการนำของโรคชิคุนกุนยา จะคล้ายโรคไข้เลือดออกหรือหัดเยอรมัน แต่ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นช็อก หรือเลือดออกมาก โรคชิคุนกุนยาพบมากในฤดูฝน และทุกกลุ่มอายุ ซึ่งต่างจากโรคไข้เลือดออกและหัดเยอรมันที่มักพบในผู้อายุน้อยกว่า 15 ปี

    ดู แล้วเหมือนมันอาจจะไม่ค่อยรุนแรงเหมือนโรคไข้เลือดออกสักเท่าไหร่ แต่ถึงแม้มันจะไม่สามารถคร่าชีวิตคนเราไปได้ แต่เราก็ควรที่จะระมัดระวังเอาไว้ โดยเฉพาะลูกเด็กเล็กแดงที่อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้ง่าย อีกทั้งช่วงนี้ฝนตกบ่อยทำให้มีน้ำขัง เหมาะแก่การเจริญเติบโตของยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคอีกด้วย

    ส่วนวิธีป้องกันนั้น!!! ถึง แม้ทุกวันนี้ยังไม่ยาหรือวัคซีนตัวใดที่ใช้รักษาได้โดยตรงทั้งโรคไข้เลือด ออกและโรคชิคุนกุนยา ดังนั้นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ ถ้ามีไข้สูง ก็ให้ยาลดไข้ หรือลดอาการปวดข้อ และพักผ่อนให้เพียงพอก็สามารถบรรเทาอาการไปได้ แต่อย่างไรก็ตามการป้องกันการแพร่พันธุ์ของยุงเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ต้องหมั่นตรวจดูที่เก็บกักน้ำ ไม่ว่าจะเป็น บ่อ กะละมัง เพราะเป็นแหล่งที่ยุงออกไข่ จึงจำเป็นต้องมีฝาปิด ที่ใดที่จำเป็นต้องมีน้ำขังอยู่ก็ให้ใส่ทรายอะเบทลงไปเพื่อป้องกันการวางไข่ และควรเลี้ยงปลาในอ่างที่ปลูกต้นไม้ หรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เพราะปลาจะกินลูกน้ำเป็นอาหาร

    แต่ นอกเหนือจากการป้องกันการแพร่พันธ์ของยุงแล้ว ตัวเราเองก็ต้องป้องกันตัวเราไม่ให้ถูกยุงกัดด้วย ควรติดมุ้งลวดในบ้าน หรือทายากันยุงขณะทำงานและออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัดตอนกลางวัน และที่สำคัญต้องเฝ้าสังเกตคนในบ้านว่ามีไข้และอาการคล้ายกับโรคชิคุนกุนยา หรือไม่ หากมีก็ให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน

    ถึง แม้ว่าวันนี้ โรคชิคุนกุนยาจะเป็นโรคใหม่ที่มีชื่อไม่คุ้นหูนัก แต่หากปล่อยให้แพร่ระบาดไปสู่วงกว้างอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจได้ … วันนี้เพียงป้องกันยุงลาย นอกจากจะป้องกันไข้เลือดออกแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคชิคุนกุนยาได้ด้วยนะค่ะ