
?มีงานวิจัยพบว่ามีแม่เพียง 20% ใช้ประโยคทางบวกพูดชื่นชมยินดีกับลูก ขณะที่มีถึง 80% พูดคุยกับลูกด้วยประโยคทางลบ เช่น คาดคั้น กล่าวโทษ ว่าร้าย ทำให้เด็กฝังใจ ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเจริญทางวัตถุอบายมุข สิ่งยั่วยุ ล่อตา ล่อใจ ให้เด็กต้องการ ถ้าแม่รู้ไม่เท่าทันปัญหาสังคมจะรุนแรงกว่ากรณีเล่นเกมจีทีเอแล้วไปฆ่าคน เสียอีก?
วิธีการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมอาจจะ เป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กได้ การเลือกใช้คำพูดที่รุนแรงและวิธีการจัดการด้วยความรุนแรงกับเด็กอาจส่งผล ให้เด็กกลายเป็นเด็กก้าวร้าวและทวีความรุนแรงกลายเป็นผู้กระทำผิดในสังคมได้ วิธีจัดการกับพฤติกรรมของเด็กเหล่านี้จึงจำเป็นต้องถูกวิธี
นายเกียรติยง ประวีณวรกุล นักจิตวิทยา โรงพยาบาลธนบุรี 2 กล่าวถึงปัจจัยที่เด็กเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวว่ามาจากหลายกรณี ได้แก่

1.ความก้าวร้าวอันเกิดจากพฤติกรรมตามวัย
เป็นสัญชาตญาณของเด็กตามช่วงอายุ ที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ โดยเฉพาะเด็กในช่วงวัย 2-3 ขวบ ไม่ว่าจะโกรธ โมโห ก็จะแสดงอาการออกมา รวมถึงสภาพอารมณ์ของเด็กในขณะนั้น ซึ่งตัวเด็กอาจจะโกรธ โมโห ไม่พอใจ กับบางอย่าง
2.เด็กที่มีความบกพร่องทางสมอง
ทำให้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรถูกผิด และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เป็นเหตุให้เด็กมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวออกมา
3.ร่างกายของเด็กขาดความสมดุล
เช่น เด็กไม่สบาย เหนื่อย หิวข้าว เป็นต้น ทำให้เด็กเกิดภาวะเสี่ยงที่จะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมาให้เห็น เพราะสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์
4.เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวออกมาแล้วได้รับประโยชน์จากพฤติกรรมที่เขาทำ
เช่น เมื่อเด็กอยากได้ของเล่น แต่พ่อแม่ไม่ให้ก็จะลงไปร้องไห้ดิ้นกับพื้นจนกว่าจะได้ของเล่น เมื่อครั้งแรกเขาทำได้ พอครั้งต่อไปเด็กก็จะทำพฤติกรรม แบบนั้นอีก เพราะเขารู้ว่าถ้าเขาทำแบบนี้แล้วจะได้ในสิ่งที่ต้องการ
5.เด็กก้าวร้าวเนื่องจากการเลียนแบบความรุนแรงจากสภาพแวดล้อมต่างๆ
เช่น เลียนแบบจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัว เมื่อเห็นพ่อแม่ ทะเลาะกัน ต่อว่ากันด้วยถ้อยคำรุนแรง เลียนแบบจากเพื่อน เช่น เพื่อนๆ พูดคำหยาบที่โรงเรียน หรือจากสื่อต่างๆ ที่นำเสนอการใช้ความรุนแรง
6.จากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม
เช่น การที่พ่อแม่ตามใจลูกเกินไป การปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ลูก หรือการที่เด็กทำผิดแล้วมีการใช้ความรุนแรงลงโทษเด็ก เป็นสาเหตุทำให้เด็กฝังใจและแสดงพฤติกรรมที่รุนแรงตามมา

จากปัจจัยที่ทำให้เด็กก้าวร้าว เหล่านี้ แนวทางป้องกันแก้ไขสำหรับพ่อแม่เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นคือพยายาม หลีกเลี่ยงการกระทำเหล่านี้ต่อเด็ก โดยเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวแสดงออกมา ต้องเข้าใจและยอมรับพฤติกรรมของเด็กก่อนว่า ที่เด็กก้าวร้าวแบบนี้ เพราะเด็กกำลังอารมณ์ไม่ดี หรือเด็กกำลังไม่สบาย และหยุดการกระทำที่ก้าวร้าวของเด็กด้วยท่าทางที่สงบ จากนั้นจึงค่อยๆ สอนเด็กด้วยเหตุและผล พยายามให้เด็กได้คิดว่า เมื่อเด็กทำแบบนี้แล้วผลที่ตามมาคืออะไร ไม่ใช้อารมณ์หรือคำพูดที่รุนแรงในการตักเตือนเด็ก เช่น คำตำหนิ เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกมีปมด้อยมากขึ้น
คุณแม่ลูกชายวัย 6 และ 10 ขวบที่เข้าร่วมกิจกรรมปรับพฤติกรรมก้าวร้าวลูกรักของชมรมครอบครัว มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ครั้งที่แล้ว กล่าวว่า เมื่อก่อนลูกจะเป็นเด็กที่โมโหร้ายมาก มักจะหงุดหงิดง่ายโดยไม่รู้ตัว จนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี จึงลองมาร่วมกิจกรรมนี้ดู จากปกติที่ไม่ค่อยได้เข้าร่วมกิจกรรมพวกนี้เท่าไหร่ แต่พอได้มาร่วมกิจกรรมนี้ได้นำความรู้และคำแนะนำต่างๆ ที่ได้จากการอบรมไปใช้ ผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจมากและคิดว่ามีประโยชน์สำหรับใครที่ลูกมีพฤติกรรม ก้าวร้าว เพราะปฏิบัติได้จริง จากที่เมื่อก่อนเขาโมโหจะมีอารมณ์รุนแรงมาก แต่พอได้ใช้วิธีที่วิทยากรแนะนำเราก็เปลี่ยนวิธีจัดการกับพฤติกรรม ซึ่งความรุนแรงน้อยลงไปมากอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้นด้วย
สำหรับพ่อแม่ที่มีลูก อายุ 2-6 ขวบ และสนใจเข้าร่วมกิจกรรม ?ปรับพฤติกรรมก้าวร้าวของลูกรัก? เพื่อเสริมความรู้และทักษะในการรับมือและ ปรับพฤติกรรมก้าวร้าวของลูก?ในวันอาทิตย์ที่ 12, 19, 26 ตุลาคม และ 2 พฤศจิกายน 2551 ที่โรงเรียนเพลินพัฒนา เวลา 08.30-12.00 น. กิจกรรมครั้งนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัด สมัครได้ที่ชมรมครอบครัวมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โทร. 0-2412-0738, 0-2412-9834 www.thaichild rights.org
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
