ความสวยความงาม ดูดวง เพศศึกษา เรื่องหญิงๆทั่วไป แต่งงาน แ้ม่และเด็ก เรื่องเล่าประสบการณ์

ads300x250

กระดูกพรุนที่ผู้หญิงต้องระวัง

Filed under: สุขภาพความงาม — Tags: — admin @ 3:39 pm November 4, 2008

กระดูกพรุนที่ผู้หญิงต้องระวัง


ใน ร่างกายของคนเรามีกระดูก เป็นส่วนประกอบสำคัญ แต่ละคนจะมีกระดูกจำนวน 206 ชิ้น แต่ละชิ้นจะแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ กระดูกชั้นนอกที่แข็งแกร่งคอยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของร่างกายและห่อหุ้ม อวัยวะที่สำคัญ เช่น สมอง ปอด ตับ ไต หัวใจ ขณะที่ไข
กระดูกซึ่งอยู่ชั้นในจะทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด


วงจรกระดูก

กระดูกประกอบด้วยแร่ธาตุสำคัญคือแคลเซียม ซึ่งได้รับจากอาหารที่รับประทานในชีวิตประจำวัน เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วกระดูกของเรานั้นจะมีการสลายตัวและสร้างใหม่อยู่ ตลอดเวลา อย่างที่เราเรียกว่า “วงจรกระดูก? ในวัยเด็กและวัยรุ่นเป็นช่วงอายุที่ร่างกาย
สร้างกระดูกใหม่มากกว่าการสลายกระดูก กระดูกจึงมีขนาดใหญ่ขึ้น หนาและหนักขึ้น จนกระทั่งถึงปริมาณสูงสุดที่ระดับอายุเฉลี่ยประมาณ
20-25 ปี ระหว่างอายุ 25-30 ปีจะเป็นช่วงอายุที่มวลกระดูกคงความหนาแน่นสูงที่สุดโดยมีอัตราการสร้าง กระดูกและสลายกระดูกสมดุลกัน หลังจากนั้นอัตราเร็วในการสร้างกระดูกจะค่อยๆ ลดลง ขณะที่การสลายกระดูกยังคงดำเนินอยู่ เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ กระดูกจะสลายตัวเร็วกว่าการสร้างใหม่จึงเป็นผลให้ผู้สูงอายุมักมีมวลกระดูก น้อยลง กระดูกเล็กและบางลง มีความแข็งแกร่งลดลง เปราะ แตกหักง่าย หรืออย่างที่เราเรียกว่าภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุนนั่นเองซึ่งมีผลต่อ คุณภาพชีวิต และการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ดังนั้นถ้าคนไหนมีต้นทุนเดิมของกระดูกมากและสามารถรักษาไว้ได้สม่ำเสมอแม้จะ ต้องมีการสลายไปก็จะยังคงความแข็งแรงอยู่ได้พอสมควร

นอกจากอายุที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยต่อการสลายตัวของกระดูกแล้ว คนหนุ่มสาวที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ อยู่กับความเครียดเป็นประจำ ขาดการออกกำลังกาย ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่ด้อยคุณภาพ มีแคลเซียมน้อย แต่มีโปรตีนมากๆ คนที่มีรูปร่างผอมบางมากๆ หรือคนที่เป็นโรคไต คอพอก คนที่ต้องใช้ยาสเตียรอยด์ ล้วนเป็นปัจจัยให้มวลกระดูกสลายตัวมากกว่าปกติ หากต้นทุนที่สะสมไว้ไม่เพียงพอก็จะเสี่ยงต่อภาวะกระดูกบาง พรุน ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักมีการสะสมเนื้อกระดูกเอาไว้น้อยกว่าผู้ชาย อีกทั้งยังมีเรื่องของการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างรวดเร็วในวัยหมดประจำ เดือนดังที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อกระดูกบาง พรุน มากเป็นพิเศษ

อาการของกระดูกพรุน
คนที่เป็นกระดูกพรุนอาจไม่มีอาการอะไรแสดงออกมา
เป็นพิเศษเหมือนอย่างเช่นโรคอื่นๆ เว้นแต่ว่ากระดูกจะหักง่าย
เป็นพิเศษ บริเวณที่เสี่ยงต่อการหักได้แก่ กระดูกข้อมือ ข้อเท้า กระดูกสันหลัง และกระดูกสะโพก

การที่กระดูกข้อมือข้อเท้าหักแม้ทำให้เจ็บปวดและไม่สะดวกในการใช้งานแต่ก็ ยังไม่ถึงกับเป็นอันตรายร้ายแรงมาก แต่หากเกิดกระดูกสันหลังหัก มักจะเป็นลักษณะที่กระดูกยุบตัวลง ก็จะทำให้ตัวเตี้ยลง หลังโก่งงองุ้ม และปวดหลังรุนแรง โดยเฉพาะหากเป็นกระดูกสะโพกหักยิ่งมีอันตรายมากที่สุดเพราะอาจทำให้เกิดโรค แทรกซ้อนจนถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งโอกาสการเกิดกระดูกหักมีอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่เดินกระแทกกับอะไร เดินสะดุด ยกของหนักเกินกำลัง หรือแค่เดินชนกับคนอื่นก็อาจทำให้กระดูกหักได้แล้ว

รู้ได้อย่างไรว่ากระดูกพรุนแล้วหรือยัง
ปัจจุบันการตรวจค่าความหนาแน่นของกระดูก ด้วยเครื่องมือ Dual Energy X-ray Absorptiometry (DXA) เป็นวิธีมาตรฐานที่แพทย์ใช้ในการวินิจฉัยว่าเราเป็นกระดูกพรุนแล้วหรือยัง ส่วนการตรวจความหนาแน่นของกระดูกด้วยเครื่องมืออื่นๆ ที่อาจมีให้บริการทั่วไปตามร้านยา ห้างสรรพสินค้า หรือนิทรรศการสุขภาพต่างๆ เป็นการวัดค่าเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่สามารถใช้เป็นมาตรฐานได้ หากคุณไปใช้บริการตรวจความหนาแน่นของกระดูกด้วยเครื่องมือเหล่านั้นแล้วได้ ผลที่ผิดปกติ จึงแนะนำให้ควรไปรับการตรวจอย่างละเอียดจากเครื่องมือมาตรฐานโดยแพทย์อีก ครั้งเพื่อผลที่แน่นอน
ถ้าผลวินิจฉัยออกมาว่าคุณมีปัญหากระดูกบางหรือพรุน แพทย์อาจให้คำแนะนำเพิ่มเติมในเรื่องการรับประทานยาหรือฮอร์โมนทดแทน อาจต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตโดยลด ละ เลิกพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดการสูญเสียเนื้อกระดูก การได้รับแคลเซียมเสริม หรือวิธีปฏิบัติตัวที่จะอยู่กับโรคกระดูกพรุนอย่างปลอดภัยจากอุบัติเหตุ เช่น การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมภายในบ้านหรือที่ทำงานที่เหมาะสม

เสริมมวลกระดูกด้วยอาหารแคลเซียมสูง ป้องกันกระดูกพรุน
แม้จะยังไม่มียาอะไรใช้ป้องกันการเกิดกระดูกพรุนได้ แต่ทุกคนสามารถชะลอการเกิดกระดูกพรุนให้ช้าลง โดยการรักษามวลกระดูกให้คงความหนาแน่นไว้ได้นานที่สุด การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเป็นสิ่งจำเป็น ให้ร่างกายได้ดูดซึมแคลเซียมไปสะสมไว้เป็นต้นทุนของกระดูก ถ้าเราได้รับแคลเซียมปริมาณมากๆ ในช่วงกระดูกกำลังเจริญเติบโต ก็จะเพิ่มปริมาณเนื้อกระดูกให้อยู่ในระดับสูงสุดได้ ขณะเดียวกันร่างกายก็ต้องใช้แคลเซียมสำหรับหน้าที่อื่นๆ ซึ่งถ้าได้รับจากอาหารไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะดึงแคลเซียมจากกระดูก
ไปใช้แทนทำให้กระดูกแข็งแรงน้อยลง เราจะได้แคลเซียมจากอาหารจำพวกปลาตัวเล็กตัวน้อยที่รับประทานได้พร้อมกระดูก กุ้งที่
รับประทานได้พร้อมเปลือก เช่น กุ้งแห้ง ผักใบเขียว เช่น คะน้า บรอกโคลี งาดำ ถั่ว เต้าหู้และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นม และผลิตภัณฑ์นม เป็นต้น ร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็วๆ วันละ 20 นาที หรือว่ายน้ำเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายมีการสร้างกระดูกเพิ่มขึ้น ซึ่งควรทำในตอนเช้าๆ เพื่อได้รับแสงแดดอ่อนๆ ช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดีซึ่งเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากลำ ไส้ไปสะสมที่กระดูกเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถได้รับวิตามินดีในอาหารจำพวก น้ำมันปลา ไข่แดง ตับ เป็นต้น
ในกรณีที่จำเป็นหรือพบว่าอาหารที่ได้รับเป็นประจำมีแคลเซียมไม่เพียงพอ อาจพิจารณาการใช้แคลเซียมเสริมอาหารมาช่วยอีกทางหนึ่ง

ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวัน

ทารก อายุ 0-6 เดือน ?????????????????????????????????????????????????????????????????????????????210 ?มก.
ทารก อายุ 6-12 เดือน ???????????????????????????????????????????????????????????????????????????270 ?มก.
เด็กเล็ก อายุ 1-3 ป ????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ??500? มก.
เด็กโต อายุ 4-8 ปี ? ????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ??800 ?มก.
วัยรุ่น อายุ 9-24 ปี ????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? ???1,200-1,500 ?มก.
อายุ 25-50 ปี ?????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????1,000 มก.
ผู้หญิงมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ?????????????????????????????????????????????????????????1,200-1,500 มก.
ผู้หญิงอายุ 51-65 ปี (ที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนในวัยหมดประจำเดือน) ??????1,000 ?มก.
อายุ 50 ปีขึ้นไป (ที่ไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทนในวัยหมดประจำเดือน) ???????1,500 ?มก.
ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป ????????????????????????????????????????????????????????????????????????????1,500 ?มก.
และปริมาณวิตามินดี ที่ควรได้รับต่อวัน ตั้งแต่ ?????????????????????????????????????????400-800 IU

(จากคำแนะนำของ NAS : US National Academy of Sciences และ NIH : National Institutes of Health สหรัฐอเมริกา)

ทั้ง นี้ทุกคนโดยเฉพาะคุณผู้หญิงทั้งหลายสามารถเริ่มต้นสะสมมวลกระดูกได้ตั้งแต่ วันนี้ ไม่ควรชะล่าใจ เพื่อให้เรามีต้นทุนกระดูกที่ดีพอไว้ใช้เมื่อยามถึงวัยสูงอายุ หลีกเลี่ยงภัยจากโรคกระดูกพรุนในที่สุด

ที่มา Healthtoday

อ่านหัวข้ออื่นๆ

No Comments »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URL

Leave a comment