ตั้งชื่อ การตั้งชื่อ ตั้งชื่อลูก หลักการตั้งชื่อให้เป็นมหามงคล
บทความจาก : http://www.mahamongkol.com
ควรยึดหลักปฏิบัติดังนี้
1 ต้องยึดหลักความถูกต้องของภาษา ต้องเขียนและสะกดให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
2 ฟังดูแล้วไพเราะสละสลวย ไม่ตะกุกตะกัก ไม่ยืดยาวหรือแปลกประหลาดมหัศจรรย์จนเกินไป
3 เหมาะสมกับเพศ-วัยและยุคสมัย ชื่อที่ดีควรฟังดูแล้วสอดคล้องกับบุคคลิก-วัย และบอกเพศได้
4 มีความหมายเป็นมงคล ถ้าแปลแล้วไม่เข้าท่าก็ไม่ควรนำมาตั้ง เช่น ?ชัลลุกา? แปลว่าปลิง
5 ไม่ควรสูงเกินวาสนา เช่นคล้องจองกับชื่อเทพเจ้าลัทธิต่างๆ หรือคล้องจองกับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน
6 ยึดความถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ ช่วงประมาณ40ปีมานี้ มีศาสตร์เกี่ยวกับการตั้งชื่อเกิดขึ้นมากมายแต่ที่เป็นนิยมมากๆเห็นจะมี2-3ศาสตร์ดังนี้
|
6.1หลักของทักษาปกรณ์ ศาสตร์นี้ถือว่าเป็นแม่บทแห่งการตั้งชื่อมีคนใช้กันมายาวนานที่สุดและใช้มากที่สุด โดยจะเน้นการตั้งชื่อของบุคคลให้มีอักษรเป็นวรรคเดช, วรรคศรี,วรรคมนตรี ไม่ให้มีอักษรที่เป็นกาลกิณีปะปนในชื่อ ก็เป็นเรื่องแปลกที่ศาสตร์นี้ไม่เคยถูกเขียนออกมาเป็นคำพยากรณ์เลย เพียงแต่บอกถึงเรื่องอิทธิพลของตัวอักษรของชื่อเพียงสั้นๆ และยังไม่ได้กล่าวถึงความสำคัญของนามสกุลของบุคคลแต่ประการใด |
|
6.2หลักโหราเลขศาสตร์ (Numerology) ถือว่าเป็นศาสตร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดเพราะไม่ได้ใช้แต่เฉพาะที่ประเทศไทย แต่มีใช้เป็นสากลทั่วโลก เพียงแต่คำพยากรณ์คงเขียนแตกต่างกันออกไปตามวัฒนธรรมและเชื้อชาติ ศาสตร์นี้กล่าว ถึงเรื่องกำลังของตัวเลขโดยจะตรวจอักษรทุกตัวให้ความสำคัญทั้งชื่อตัว,ชื่อ กลาง,ชื่อนามสกุล? กล่าวถึงความสัมพันธ์ของตัวอักษรกับอิทธิพลของดวงดาวในระบบสุริยะจักรวาล อ้างถึงเรื่องธาตุต่างๆในจักรราศี |
| 6.3หลักนามศาสตร์อื่นๆ ปัจจุบันก็มีผู้นำเอาศาสตร์อื่นๆมาประยุกต์เข้าเป็นนามศาสตร์ และปรากฎว่าก็ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วๆไป มากเช่นกัน อาทิเช่น |
| 6.3.1? หลักการนับค่าอายตนะ6 เป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่งใน”นามศาสตร์”ที่กล่าวถึงเส้นทางชีวิตของมนุษย์ พฤติกรรมของมนุษย์อันเนื่องมาจากอิทธิพลของ(เข้าไปอ่านรายละเอียดข้างใน) |
| 6.3.2? หลักการตรวจดูทิศหลาวเหล็ก?ตำรานี้กล่าวถึงตัวอักษรที่ถูกทิศไม่เป็นมงคลกับทิศยามเกิด(เข้าไปอ่านบทความรายละเอียดข้างใน) |
