ความสวยความงาม ดูดวง เพศศึกษา เรื่องหญิงๆทั่วไป แต่งงาน แ้ม่และเด็ก เรื่องเล่าประสบการณ์

ads300x250

คุณรู้จัก เต้านม ของคุณดีหรือยัง

คุณรู้จัก เต้านม ของคุณดีหรือยัง (ชีวจิต)

?เต้านม? เป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกายผู้หญิงที่อยู่บริเวณหน้าอกทั้งสองข้าง ถึงแม้เต้านมของผู้หญิงแต่ละคนจะมีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันไป แต่ล้วนมีส่วนประกอบต่างๆ ที่เหมือนกันนั้นคือ หัวนม ลานหัวนม ต่อมน้ำนม และท่อน้ำนม ซึ่งคลุมด้วยผิวหนังและเนื้อเยื่อไขมัน เต้า นมเป็นอวัยวะที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยมีวัฏจักรสอดคล้องไปตามอิทธิพลของกระแสฮอร์โมนจากรังไข่ เราสามารถแบ่งช่วงการเจริญเติบโตของเต้านมออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้

1. วัยแรกรุ่น

เริ่ม เมื่อเด็กสาวอายุได้ 10 – 12 ขวบ จากหัวนมที่แบนราบในวัยเด็กก็เริ่มแตกตุ่มและวงปานนมที่ขยายขึ้น ซึ่งการเจริญเติบโตในระยะนี้จะเป็นไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทั่วร่างกาย โดยจะมีอาการเจ็บหน้าอกเพราะหัวนมขึ้นเป็นไตแข็ง จนกระทั่งขยายขนาดเต็มที่เป็นเต้านมของหญิงสาววัยเจริญพันธุ์ ในเด็กผู้หญิงบางคนอาจมีการแตกตัวของเต้านมได้ไวกว่าปรกติ ถ้าเกิดขึ้นก่อนอายุ 8 ขวบครึ่ง เราถือว่าเป็นการแตกเนื้อสาวก่อนวัย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากการรับประทานยา หรือจากการสร้างฮอร์โมนผิดปรกติที่รังไข่หรือต่อมหมวกไต เป็นต้น

2. วัยเจริญพันธุ์

เมื่อ สาวน้อยเติบโตจากวัยรุ่นเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เต้านมจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ภายใต้การควบคุมของฮอร์โมน 2 ชนิด คือ ฮอร์โมนเอสโตเจน จากรังไข่กระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของหัวนม รวมทั้งท่อน้ำมันต่างๆ พร้อมกับกระตุ้นให้มีไขมันแทรกระหว่างท่อน้ำนม

ฮอร์โมน อีกชนิดคือ โปรเจสเตอโรน ซึ่งร่างกายจะผลิตออกมาทุกเดือนตามรอบเดือน คอยกระตุ้นปลายท่อน้ำนมให้ขยายเป็นที่อยู่ของต่อมน้ำนม ซึ่งทำหน้าที่ผลิตน้ำนม ดังนั้นเวลาประจำเดือนใกล้จะมาผู้หญิงจะรู้สึกเต้านมโตขึ้นและตึงคัด จวบจนเมื่อประจำเดือนมาก็จะเป็นช่วงที่เต้านมคลายความตึงตัวลง

ผู้หญิง ในวัยประมาณ 25 ปีหรือที่พ้นวัยรุ่นไปแล้ว ถือว่าเต้านมเจริญเติบโตเต็มที่เรียบร้อย เว้นแต่ต่อมน้ำนมยังไม่เจริญและสร้างน้ำนมเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงในวัยเจริญพันธุ์ ถ้าไม่มีการตั้งครรภ์เลย เต้านมก็จะเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ตามรอบของประจำเดือนทุกเดือนเช่นนี้เรื่อยไปประมาณ 20 – 25 ปี จนเริ่มเข้าสู่วัยทอง

3. ช่วงตั้งครรภ์และให้นมลูก

ใน ระหว่างที่มีการตั้งครรภ์ ตั้งแต่เริ่มมีการปฏิสนธิ ฮอร์โมนจากรกที่เริ่มก่อตัวจะเป็นตัวสำคัญที่กระตุ้นรังไข่ให้มีการหลั่ง ฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะกระตุ้นให้เต้านมจากขนาดปรกติให้เริ่มขยายขึ้น โดยเฉพาะต่อมน้ำนมและท่อน้ำนมที่มีอยู่ประมาณ 15-20 ท่อจะแตกตัวขึ้นมาก รวมทั้งหัวนมจะมีสีเข้มขึ้น มองเห็นเส้นสีคล้ำๆ รอบๆ นม เพื่อให้เต้านมอยู่ในสภาพพร้อมที่จะเป็นคุณแม่อย่างสมบูรณ์

จน กระทั่งหลังคลอด เมื่อลูกเริ่มดูดนมแม่ การดูดนมจะเป็นตัวกระตุ้นต่อมใต้สมองให้มีการสร้าง ฮอร์โมนโปรแลคติน มากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะกระตุ้นต่อมน้ำนมให้ผลิตน้ำนม และไม่ว่าเต้านมขนาดเล็กหรือใหญ่ล้วนมีน้ำนมพอๆ กัน

ตาม ปรกติแล้ว ในช่วงแรกหลังคลอด เต้านมจะยังไม่สร้างน้ำนมทันที แต่จะมีน้ำคัดหลั่งที่เรียกว่า ?คอลอสตรัม? หรือน้ำนมเหลือง ซึ่งถือเป็นตัวภูมิชีวิตขั้นแรกที่สร้างภูมิต้านทานให้แก่เด็กตั้งแต่แรก เกิด จนกระทั่งหลังคลอดแล้วประมาณ 2-5 วัน น้ำนมก็จะเริ่มผลิตได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อ ลูกหยุดกินนมแม่ น้ำนมที่สร้างมาไม่ได้ถูกดูดไป ก็จะเกิดการคั่งอยู่อยู่ในกลีบต่อมน้ำนมย่อยและท่อน้ำนม จนเกิดการพองตัว ทำให้เลือดมาหล่อเลี้ยงได้น้อยลง ในที่สุดเซลล์ต่อมน้ำนมก็จะค่อยๆ ลดลงจนหมดไป แล้วเต้านมก็จะค่อยๆ เล็กลงจนเท่าขนาดก่อนตั้งครรภ์

4. วัยทอง

เมื่อ ผู้หญิงเริ่มเข้าวัยหมดประจำเดือน ระดับของฮอร์โมนหญิงหรือเอสโตรเจนจะลดลง เนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน การเปลี่ยนแปลงนี้ยังรวมถึงผู้หญิงที่มีความจำเป็นต้องตัดรังไข่ออกก่อนวัย อันควร

การ เปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลต่อทั้งด้านจิตใจและสรีระร่างกาย รวมทั้งความเต่งตึงของเต้านมลดลง จนทำให้หน้าอกดูเหี่ยวและหย่อนยานได้ เพราะเมื่อฮอร์โมนเพศลดลง เต้านมในส่วนของต่อมน้ำนมจะค่อยๆ ฝ่อไปจนหมด รวมทั้งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบๆ เส้นเลือดที่มาเลี้ยงเต้านมก็จะลดลง เหลือเพียงท่อน้ำนมเท่านั้นที่ยังคงอยู่

รู้ทันอาการผิดปรกติและโรคของ ?เต้านม?

เต้านมเกิน

การ มีเต้านมเกินมักพบได้บริเวณรักแร้ บางครั้งอาจพบหัวนมเกินร่วมด้วย ซึ่งพบได้ตามแนวจากรักแร้ลงมาตามท้องถึงขาหนีบ ภาวะนี้จะเห็นเด่นชัดเมื่ออายุมากขึ้น หรือในช่วงตั้งครรภ์ และมีลูก บางคนอาจมีน้ำนมไหลออกมาได้ จากการสังเกตจะพบเป็นก้อนเนื้อห้อยบริเวณรักแร้ ภาวะนี้ไม่มีอันตรายใดๆ แต่เพื่อความสวยงามก็สามารถผ่าตัดออกได้

เต้านมโตไม่เท่ากัน

เต้า นมคนเราสองข้างบางครั้งก็โตไม่เท่ากันได้ แต่ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันไม่มากนัก ความแน่นของเต้านมอาจไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดได้เนื่องจากเนื้อเต้านมตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศได้ไม่เท่ากัน ถ้าหากความแตกต่างมากจนเห็นได้ชัดก็สามารถผ่าตัดแก้ไขได้ การผ่าตัดสามารถทำการผ่าตัดลดขนาดเต้านมลง หรือผ่าเพื่อเสริมข้างที่เล็กให้ใหญ่ขึ้น

เต้านมโตเกิน

เต้า นมโตเกินมักเกิดขึ้นในวัยสาวช่วงอายุ 13-35 ปี เต้านมจะขยายโตขึ้นมากกว่าปกติ การมีเต้านมที่ใหญ่เกินมักจะมีผลทางด้านจิตใจโดยเฉพาะช่วงวัยรุ่น แต่ไม่มีอันตรายใดๆ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่ถ้าเต้านมโตมากๆ จนมีผลเสียต่อร่างกาย สังเกตได้จากผลของน้ำหนักของเต้านมที่มากเกินไป ทำให้มีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ หรือมีจุดอับชื้นที่ราวนมได้ ถ้ามีอาการดังกล่าวก็สามารถผ่าตัดแก้ไขให้มีขนาดเต้านมที่เล็กลง

หัวนมบอด

เป็น อาการที่หัวนมบุ๋มลงไปในเต้านม เกิดจากมีความผิดปกติในช่วงการพัฒนาของเต้านม มีการหยุดการเจริญของหัวนมก่อนกำหนด ทำให้หัวนมหดสั้น และมีเนื้อเยื่อพังผืดดึงรั้ง มีผลทำให้การดูแลทำความสะอาดลำบาก เกิดการติดเชื้อได้ง่าย และที่สำคัญคือ ให้นมลูกได้ยาก เด็กจะดูดนมได้ลำบาก ในรายที่เป็นไม่มากสามารถแก้ไขได้ โดยทำการดึงนวดบ่อยๆ ตั้งแต่เมื่อรู้ว่าเริ่มตั้งครรภ์ แต่หากหัวนมบอดเกิดขึ้นภายหลังวัยสาวรุ่นให้นึกเสมอว่าอาจมีความผิดปกติที่ สำคัญเกิดขึ้น และเป็นอาการเตือนให้มาปรึกษาแพทย์

การปวดเต้านมตามรอบเดือน

การ ปวดเต้านมตามรอบเดือนเป็นอาการที่พบได้บ่อยของสาวๆ และหลายคนมักไปพบแพทย์กันค่อนข้างเร็ว เนื่องจากเกรงว่าจะมีความผิดปกติหรือคิดว่าเป็นอาการของมะเร็งเต้านม แต่ในความเป็นจริงแล้ว มะเร็งเต้านมมักตรวจพบก้อนก่อน และมักไม่มีอาการเจ็บปวด การปวดเต้านมเพียงอย่างเดียวโดยที่ตรวจไม่พบความผิดปกติอื่นๆ อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องรับการรักษา เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ แต่ในบางครั้งถ้าอาการปวดรุนแรงจนรบกวนชีวิตประจำวันควรปรึกษาแพทย์

เนื้องอกชนิดธรรมดา หรือก้อนไฟโบรอะดีโนมา (Fibroadenoma)

ก้อน ที่เต้านมนี้พบได้บ่อยในวัยรุ่น และเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นเนื้องอกธรรมดา เนื้องอกชนิดนี้เกิดจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศในช่วงที่มีการพัฒนาเต้านม ปกติก้อนจะมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร อาจพบว่าโตขึ้นได้ช้าๆ และไม่มีอาการเจ็บปวด ก้อนจะมีลักษณะกลมกลิ้งไปมาได้เวลาคลำ การพบเนื้องอกชนิดนี้ถ้าได้รับการตรวจวินิจฉัยที่แน่นอนแล้ว อาจไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดเอาก้อนออกเสมอไป เนื่องจากก้อนเนื้อนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเนื้อร้ายในภายหลัง นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่า หนึ่งในสามของก้อนที่พบยุบฝ่อลงไปได้เอง อีกหนึ่งในสามจะโตขึ้นเรื่อยๆ และอีกส่วนหนึ่งจะมีขนาดคงที่ ยกเว้นในกรณีที่ก้อนมีขนาดใหญ่กว่า 2 เซนติเมตร หรือมีขนาดโตขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม

ซีสต์หรือถุงน้ำที่เต้านม

เกิด ขึ้นจากการกระตุ้นของฮอร์โมน เพราะในช่วงของรอบเดือนจะมีการสร้างสารน้ำต่างๆ ขึ้นในส่วนของเต้านม เมื่อมีการสร้างสารน้ำและการดูดกลับคืนไม่สมดุลกันก็จะเกิดเป็นถุงน้ำ ค้างอยู่ ซีสต์อาจจะมีขนาดโตขึ้นเล็กน้อย หรือหายไปได้เองตามช่วงต่างๆ ของรอบเดือน ซีสต์หรือถุงน้ำพบได้บ่อยขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น และอาจมีอาการปวดบริเวณก้อนร่วมด้วย สำหรับหลังวัยที่หมดประจำเดือนซีสต์จะค่อยๆ หายไปได้เอง แต่ถ้าพบอาการปวดร่วมด้วย หรือซีสต์มีขนาดใหญ่เพียงการใช้เข็มเจาะดูดน้ำออกก็เป็นการเพียงพอแล้ว ส่วนในกรณีน้ำที่ดูดออกมามีเลือดปนก็จะถูกส่งไปตรวจเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเซลล์ที่ผิดปกติร่วมอยู่ด้วย

มะเร็งเต้านม

มัก จะพบมากในผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันยังพบได้ในผู้ที่มีอายุน้อยลงเพิ่มมากขึ้น อาการที่พบได้บ่อยที่สุด คือ การคลำพบก้อน ไม่มีอาการปวดหรือเจ็บ หากตรวจพบมะเร็งได้ในระยะเริ่มแรก จะมีโอกาสหายขาดสูงมาก นอกจากนี้อาการผิดปกติอื่นๆ ที่อาจจะพบร่วมด้วย ได้แก่ การมีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนม มีแผลที่ลานหัวนม หัวนมบุ๋ม ผิวหนังของเต้านมบวมหรือถูกดึงรั้ง ก้อนที่มีขนาดโตขึ้นและไม่เจ็บ ก้อนอาจคลำได้ไม่ชัดเจน หรือพบก้อนที่รักแร้ร่วมด้วย เป็นต้น

หาก ตรวจพบความผิดปรกติหรือโรคต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคเพิ่มเติมและทำการรักษาต่อไป แต่ทางที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงทุกคนคือ การรู้จักหมั่นตรวจสอบสภาพร่างกายและดูแลเต้านมของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

มะเร็งเต้านม

Filed under: สุขภาพความงาม — Tags: — admin @ 3:41 pm November 4, 2008

มะเร็งเต้านม

เรื่องของทรวดทรงและสรีระ เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ สำหรับผู้หญิงทุกคน รูปร่างของหน้าอกเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นหญิง มีส่วนใน

การเสริมสร้างบุคลิกภาพค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการแต่งตัว ถึงว่ากันว่าคนรูปร่างดีแต่งอะไรก็สวย คุณผู้หญิงทั้งหลาย จึงต้องดู

แลสรีระแห่งความเป็นหญิงนี้อย่างดีที่สุด

เต้านมของผู้หญิงแต่ ละคนก็มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกันไป แต่ที่แน่ ๆ คือส่วนประกอบต่างๆ

เหมือนกัน คือ หัวนม (Nipple) และลานนม (Areoia) ซึ่งเป็นส่วนที่เห็นได้จากภายนอก
แต่เต้านมก็ยังมีส่วนประกอบที่อยู่ภายในซึ่งมองไม่เห็นอีก เช่น ต่อมน้ำนม (Lobule) ท่อน้ำนม (Duct)

และเนื้อเยื่อไขมัน (Fatty tissue) เต้านมของผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ตามธรรมชาติ

เช่น ในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน ผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ตามธรรมชาติ

เช่น ในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือนเต้านมจะขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย มีความคัดตึง หรือในช่วงตั้ง

ครรภ์ให้นมบุตรเต้านมก็จะขยายใหญ่ขึ้น พร้อมที่จะเป็นทางผ่านของน้ำนมให้ทารกได้ดื่มกิน

หรืออย่างคนที่มีไขมันมาก เต้านมก็อาจจะคล้อยต่ำได้เหมือนกัน แต่ทุกสถานการณ์ที่ว่ามาหาผ่าน

พ้นช่วงนั้น ๆ ไปแล้วและมีการบริหารหน้าอกอย่างสม่ำเสมอก็สามารถคืนรูปทรงดีดังเดิมให้กับ เต้านมได้

ทุกส่วนของร่างกายคุณจะประกอบด้วยเนื้อเยื่อที่มีชีวิต เนื้อเยื่อเหล่านี้ประกอบขึ้นจากเซลล์จำนวน

มากที่มีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็น ด้วยตาเปล่า ซึ่งเซลล์ปกติจะมีการแบ่งตัวอย่างมีขอบเขตจำกัด

แต่ตราบใดที่เซลล์บางส่วนมีความผิดปกติเกิดขึ้น และมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ

ของร่างกาย นั่นเป็นสัญญาณว่าเต้านมนั้นถูกรุกรานด้วยมะเร็ง

ตรวจความผิดปกติของเต้านมเป็นประจำ

การตรวจเต้านมด้วยตนเองมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณผู้หญิงทุกคน ตั้งแต่เริ่มสาวจนตลอดชีวิต

หากว่าตรวจพบความผิดปกติได้เร็วเท่าใด และทำการรักษาแต่เนิ่น ๆ อัตราที่จะรักษามะเร็งเต้านมให้หายขาดมีสูง

คุณควรฝึกหัดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งเต้านมให้เป็นนิสัยโดยคลำเต้านมตน เองทุก ๆ เดือน

เมื่อคุณคุ้นเคยกับการตรวจด้วยตัวเองเป็นประจำแล้ว หากมีอะไรผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ

เกิดขึ้นคุณก็สามารถรู้ตัวได้เร็ว รักษาได้ทัน

ในทุก ๆ เดือน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจเต้านมด้วยตนเองคือ 7 วันหลังมีประจำเดือน

จะไม่คัดตึง คลำไม่เจ็บ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีประจำเดือนมาสม่ำเสมอ ควรเลือกตรวจวันเดียวกันของทุกเดือน

เช่น ตรวจทุกวันที่ 7 ของเดือน

วิธีตรวจเต้านมด้วยตนเอง

การตรวจจะทำได้ง่ายขณะอาบน้ำ ให้ยืนอยู่หน้ากระจก สังเกตลักษณะเต้านมในท่า

แขนปล่อยลงขนาบลำตัว จากนั้นให้ยกมือประสานกันหลังท้ายทอย สังเกตดูเต้านมทั้งสอง

ว่ามีการเปลี่ยนขนาดหรือรูปร่างหรือไม่ ให้ดูลักษณะผิวหนังบริเวณเต้านม และหัวนมมีความผิดปกติ

เช่น บุ๋มลง หรือหัวนมบอด ผิดหนังมีสีแตกต่างจากบริเวณอื่น มีก้อนหรือผิดขรุขระเหมือนผิวส้ม

คลำดูมีก้อนโป่งขึ้นมาจนสังเกตเห็นหรือไม่ จากนั้นยกมือเท้าสะเอวและกดเกร็ง

ให้กล้ามเนื้อหน้าอกตึงตัว แต่เต้านมทั้งสองข้างมักมีขนาดไม่เท่ากันอยู่แล้ว คุณไม่ต้องตกใจเพราะเป็นเรื่องปกติ

มาถึงการใช้มือคลำ ขณะอาบน้ำและถูสบู่ให้ลื่นแล้วยกแขนซ้าย วางมือบนศีรษะ ใช้นิ้วมือขวาแตะกดบนเต้านม

โดยที่นิ้วทั้ง 4 ชิดกัน เลื่อนนิ้วมือหมุนวนจากด้านนอกของเต้านม เข้าหาหัวนม โดยหมุนรอบตามเข็มนาฬิกา

คุณอย่าลืมตรวจบริเวณรักแร้ด้วย ว่าพบก้อนผิดปกติใต้ผิวหนังด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ยังควรบีบหัวนมดูว่ามีของเหลวใด ๆ

ไหลออกมาหรือไม่ แต่อาจมีน้ำนมไหลออกมาได้ แม้ว่าจะพ้นจากช่วงตั้งครรภ์ไปแล้วก็ตาม

เสร็จแล้วให้ตรวจเต้านมด้านซ้ายด้วยโดยให้ปฏิบัติวิธีเดียวกันกับเต้านมด้าน ขวา

นอกจากนี้ยังมีการตรวจด้วยวิธีนอนราบ โดยใช้มือซ้ายหนุนใต้ศีรษะแล้วใช้มือขวาคลำหน้าอกซ้าย

เป็นวงกลมแบบเดียวกับท่ายืน แล้วตรวจคลำเต้านมอีกข้างหนึ่งเช่นเดียวกัน

หากคลำพบก้อนบริเวณเต้านม ลักษณะที่ควรติดตามสังเกตความเปลี่ยนแปลงและพบแพทย์ ได้แก่

ก้อนนั้นโตขึ้นเร็ว ไม่หมุนกลิ้ง มีขอบแข็ง มีรอยบุ๋มลงไป ผิวขรุขระ มีเลือดไหลออกมาจากหัวนม

ต่อน้ำเหลืองบริเวณรักแร้โต หรือเจ็บ

ใครที่อยู่ในความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม?

ผู้หญิงที่มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้ เช่น แม่ พ่อหรือน้องสาว และลูกสาว

อัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม จะเพิ่มขึ้นตามอายุและเพิ่มขึ้นมากในผู้หญิงที่มีอายุ

50 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ส่งเสริมให้เป็นมะเร็งเต้านมได้อีก เช่น

เคยมีก้อนเนื้องอกที่เต้านม เคยเป็นมะเร็งเต้านมมาแล้วข้างหนึ่ง เคยได้รับรังสี เคยเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก

และมะเร็งลำไส้ เป็นโรคอ้วน เต้านมถูกกระทบกระเทือนอยู่เสมอ และในผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

การตรวจหาเซลล์มะเร็งเต้านม

ทำได้หลายวิธีขึ้นกับหมอจะเห็นเหมาะสม เช่น การนำชิ้นเนื้อไปตรวจที่เรียกว่า Biopsy

การเอ็กซ์เรย์เต้านมแบบ Mammogram ที่ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเนื้อเยื่อของเต้านมได้

หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับคุณ สิ่งที่ควรทำคือ

  • พยายามเรียนรู้ทุก ๆ อย่างเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม รวมทั้งวิธีการรักษาด้วย
  • ถามทุกเรื่องที่มีความสงสัย และยังไม่เข้าใจ ควรขอคำแนะนำและความเห็นจากคุณหมอที่ดูแลคุณ
  • หาโอกาสคุยกับคนที่เคยรักษามะเร็งเต้านมมาแล้ว

พัฒนาการของโรค

การจะแน่ใจว่าเป็นมะเร็งเต้านมต้องผ่านการตรวจหลายวิธี เพื่อวัดขนาดของก้อนมะเร็ง

ตรวจการแพร่กระจาย เพื่อตรวจหาระยะของมะเร็ง (staging) เพื่อใช้ในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

ตามปกติแล้วระยะของมะเร็งจะแบ่งได้ดังนี้

  • stage 0 เป็นระยะที่มะเร็งยังไม่ลุกลาม พบเซลล์มะเร็งอยู่เฉพาะในท่อน้ำนม
  • stage 1 ก้อนมะเร็งมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2 เซนติเมตร ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อเต้านม
  • stage 2 ก้อนมะเร็งมีเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน 2 เซนติเมตร หรือลุกลามไปถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แล้ว
  • stage 3 ก้อนมะเร็งมีเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน 5 เซนติเมตร หรือลุกลามไปถึงผิวหนัง ผนังอก หรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง
  • stage 4 มะเร็งลุกลามไปถึงกระดูก ปอด หรือต่อมน้ำเหลืองที่ห่างจากเต้านมแล้ว

นอกจากนี้ในบางคนยังมีโอกาสเกิดมะเร็งที่กลับมาซ้ำอีกแม้ว่าจะได้รับการรักษาแล้ว (Recurrent breast concer)

จัดการกับมะเร็งเต้านม

หากว่าสตรีที่มีความน่าสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม ปกติแล้วหมอจะทำการตรวจจน

ได้ผลที่แน่ชัดจึงวางแผนการรักษา อาจจำเป็นต้องทำการผ่าตัด ซึ่งหลังจากนั้น

จะรักษาเพื่อยับยั้งการกระจายตัวของเซลล์มะเร็ง ได้แก่ การให้เคมีบำบัด (Chemotherapy)

การใช้รังสีรักษา (Radiation therapy) หรือการรักษาด้วยฮอร์โมน (Hormone therapy)

การรักษาอาจจะใช้หลายวิธีร่วมกัน (Adjuvant therapy) หรือทางใดทางหนึ่งขึ้นกับการวินิจฉัย

ของแพทย์ซึ่งแต่ละคนและขั้นของโรคแตก ต่างกัน

ในสตรีที่เกิดเป็นมะเร็งเต้านมหรือแม้กระทั่งเป็นโรคอื่น ๆ ที่นำความกังวลมาให้

ก็มักจะมีความปั่นป่วนทางจิตใจได้ โดยเฉพาะเรื่องของอารมณ์ บางวันเธอผู้นั้นอาจจะ

รู้สึกเข้มแข็งมีกำลังใจสู้ แต่วันต่อมาเธออาจจะรู้สึกท้อแท้หวาดกลัว ซึ่งความเปลี่ยนแปลง

เหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา คนรอบข้างและคนในครอบคัวจะต้องทำความเข้าใจสภาพจิตใจของ

เขาด้วย ทุกคนควรจะเป็นผู้ให้กำลังใจกับเธอ ให้คำปรึกษา เพื่อช่วยลดความวิตกกังวล

อย่าลืมว่า มะเร็งเต้านมหากตรวจพบแต่แรก และรีบทำการรักษามีโอกาสรักษาให้หายขาดสูง
ที่มาของข่าวและภาพประกอบ http://women.sanook.com/health/healthcare/sick_04786.php

มะเร็งเต้านม สุขภาพ มุมสุขภาพ สาระดีๆเรื่องสุขภาพ Health